Posts

รู้ของจริง จึงพ้นทุกข์ ชีวิตซื้อไม่ได้ แต่มีค่าที่สุด

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน พึ่งได้ เมื่อรู้และทำจริง ไม่ยึดถือ

บาปคือความไม่รู้ บุญคือรู้แจ้งพ้นทุกข์

ความสงบที่แท้ ต้องรู้สึกตัวอยู่เสมอ เจริญสติให้เห็นชีวิตจริง จึงพ้นทุกข์ได้

สืบศาสนาด้วยการรู้ตนเอง ปฏิบัติเอาเอง ไม่รู้ตัวเอง ต่อให้บวชร้อยพรรษา ก็เป็นหมัน

เห็นธรรมต้องลงมือปฏิบัติ รู้แจ้งอาการเกิดดับของจิต สำคัญกว่าบวชหรืออายุยืน

เห็นธรรม คือเห็นพระพุทธเจ้า เห็นธรรมแล้ว ใจพ้นทุกข์

บูชาพระพุทธเจ้า คือประพฤติธรรม รู้ธรรม เห็นธรรม จิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม คือจิตของพระพุทธเจ้า

นิพพานบ่แม่นตายไปแล้วจึงไปหา นิพพานคือความสงบ หยุดเรื่องทั้งหลายไว้ตรงนี้

“กิเลสอยู่ที่ใจตนเอง ตัดต้นลมให้ขาด”

เห็นกิเลส จึงเลิกกิเลสได้ บ่ฮู้จัก บ่มีทางพ้น

“ความสงบ แปลว่าหยุด” หยุดความยึดมั่น แล้วจิตจึงผ่องใส

“คิดแล้วรู้ ตัดทิ้งเลย อย่าไปตามความคิด” เบิ่งจิตใจให้ทันเหตุการณ์ของมัน

แก้ปัญหาได้เฉพาะปัจจุบันนี้ อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเฮ็ด มาเว้า มา คิด

อย่าเว้าแต่ปาก รู้จริง ต้องเห็นจริง แล้วทำจริง

ตั้งใจฟัง ตั้งใจทำ อย่าให้มันถอยหลัง ยิ่งคิด ยิ่งรู้

พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม นิพพานคือความเย็น ความสงบในปัจจุบัน

“คนจริงต้องปฏิบัติ รู้ของจริง” “ไม่ทำตาม ก็ไม่รู้ ไม่เห็น”

“รู้แจ้งตรงนี้ การศึกษาก็จบที่ตรงนี้”

“รู้จักกาลเวลา รักงาน รักการ อย่าเป็นคนขี้คร้าน”

รู้สึกตัว แล้วความคิดจะไม่พาไป

การปฏิบัติ คือทำเป็นจังหวะ เฮ็ดไปเฮ็ดมา จนเห็นจิตใจสะอาด สว่าง สงบ บริสุทธิ์

เอาธรรมะมาทำงาน อย่าเอาไปทิ้งไว้ในตำรา ฝึกจิตให้รู้ตัว ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

“ศีล” คือกาย วาจา ใจ เป็นปกติ รู้สึกตัวเมื่อใด ใจหยุดหลงเมื่อนั้น

“ศีล” คือกาย วาจา ใจ เป็นปกติ รู้สึกตัวเมื่อใด ใจหยุดหลงเมื่อนั้น

พอดีคิดปุ๊บ เห็นปั๊บ ความหลงก็ถูกหยุดทันที

บุญคือรู้ บาปคือโง่ รู้แล้ว เห็นธรรมในตัวเอง

รู้รูปรู้นาม รู้ตามจริง จึงพ้นหลง