ธรรมะไม่ไกลเลย
ถ้าเรากลับมารู้ตรง ๆ
ใจก็จะเห็นเอง
การปฏิบัติวิปัสสนา
ไม่ได้พาเราไปหาของแปลกประหลาด
แต่พาให้เห็นความจริง
ของกายและใจ
เห็นชัดว่า
ทุกสิ่งไม่เที่ยง
เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป
บังคับไม่ได้
คงอยู่ตามใจเราไม่ได้จริง
นี่คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ที่ค่อย ๆ เปิดเผยตัวเอง
และเมื่อเห็นลึกลงไป
ก็จะรู้จักโลภะ
รู้จักโทสะ
รู้จักโมหะ
ไม่ใช่รู้ด้วยการคิดเอา
แต่รู้เพราะมันเกิดขึ้นตรงหน้า
แล้วใจไม่หลงตาม
นั่นแหละ
ธรรมชาติของกิเลส
แสดงตัวให้เห็น
ระหว่างทางของการภาวนา
อาจมีความรู้แปลก ๆ
อาจมีความคิดมากมาย
อาจมีภาพ มีแสง มีนิมิต
แต่สิ่งเหล่านี้
ไม่ใช่ที่พึ่ง
ไม่ใช่ของจริงที่ควรยึด
เพราะไม่คงที่
ไม่มีแก่นสาร
เป็นเพียงมายาที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ถ้าเห็น
ก็รู้ทัน
แล้ววางลง
ไม่ต้องตาม
ไม่ต้องเอาใจไปเกาะ
ส่วน “นิมิต” ที่ถูกต้อง
คือเครื่องหมายของการรู้ตัว
คือการรู้การเคลื่อนไหวของกาย
รู้จิตที่นึกคิด
รู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น
อันนี้แหละ
เป็นทางฝึกสติที่แท้
ไม่ใช่ไปดูสิ่งภายนอก
แต่กลับมาดูสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ตรงนี้
เมื่อรู้กาย
รู้ใจ
รู้ความคิดที่มาเร็วไปเร็ว
สมาธิ สติ ปัญญา
ก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้นเอง
แล้วเวลาทำงาน
เวลาพูด
เวลาคิด
ใจก็ไม่ถูกอารมณ์ลากไปง่าย ๆ
ทุกข์จึงไม่จำเป็นต้องเกิด
เพราะเรารู้ทันมันได้ก่อน
ธรรมะของพระพุทธเจ้า
ไม่ใช่เรื่องมากมายเกินจะเข้าใจ
ท่านแสดงเหมือนใบไม้ในกำมือเดียว
เท่าที่จำเป็น
เท่าที่พอพ้นทุกข์
ส่วนที่เหลือมีมากยิ่งกว่านั้น
แต่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเอามาสอนทั้งหมด
เรื่องนี้ก็เหมือนกัน
ถ้าปฏิบัติจริง
พิสูจน์จริง
ด้วยตัวเองจริง
ก็จะเห็นว่า
ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ
เกิดขึ้น
ตั้งอยู่ชั่วคราว
แล้วดับไปตามหน้าที่ของมัน
เมื่อเห็นอย่างนี้บ่อย ๆ
ใจจะค่อย ๆ คลาย
ไม่ต้องรีบ
ไม่ต้องฝืน
เพราะธรรมะไม่ต้องรอเวลา
เมื่อรู้ตรง
ก็เห็นตรงนั้นเลย
อะกาลิโก
เอหิปัสสิโก
เชิญมาดู
แล้วจะรู้ด้วยตนเอง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
