ฟังให้เป็น
แล้วใจจะเบา
คำสอนของหลวงพ่อเทียนชี้ให้เห็นตรง ๆ ว่า
การฟังนั้นมีสองทาง
ฟังแล้วรู้จักมาดัดแปลงแก้ไขตัวเอง
กับฟังแล้วเก็บเอาเรื่องนี้เรื่องนั้นมาคิด
จนกลายเป็นความทุกข์
เสียงที่เข้าหู
จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก
ถ้าฟังเป็น
เสียงนั้นอาจพาเรากลับมาดูตัวเอง
แต่ถ้าฟังไม่เป็น
เสียงเดียวกันนั้น
อาจกลายเป็นภาระในใจทันที
เหมือนเรารับเอาคำของคนอื่น
แล้วเอามาแบกต่อในความคิด
แบกไป แบกมา
ก็หนักขึ้นทุกที
หลวงพ่อเทียนเคยกล่าวถึงการปฏิบัติหลายแบบ
พุท-โธ
สัมมา-อรหัง
พอง-ยุบ
อานาปานสติ
นับลมหายใจ
สิ่งเหล่านี้ดี
ทำให้ใจสงบได้
แต่ความสงบอย่างเดียว
ยังไม่พอจะพาเราเห็นผิดเห็นถูก
ถ้าใจสงบแล้ว
พอออกไปเจอผู้คน
ยังพอใจบ้าง เสียใจบ้าง
ก็ยังแก้ปัญหาตัวเองไม่ถึง
ท่านจึงชี้ตรงมาที่จุดสำคัญ
การปฏิบัติธรรม
ไม่ใช่เพื่อไปแก้คนอื่น
แต่เพื่อแก้ตัวเราเองก่อน
เมื่อแก้ตัวเราได้
ครอบครัวก็เบาขึ้น
สังคมก็เบาขึ้น
หมู่คณะก็เบาขึ้น
ถ้าตัวเองยังไม่เห็นทางออก
จะไปช่วยใครได้จริง
เพราะบางทีที่ทุกข์
ไม่ใช่เพราะโลกหนักนัก
แต่เพราะเราเผลอแบกความคิด
แบกคำพูดคนโน้น
แบกความเห็นคนนี้
แบกไปถึงใจ
แล้วใจจึงหนัก
หลวงพ่อเทียนสอนให้สลัดทิ้ง
เมื่อได้ยินเรื่องอะไร
ให้รู้ว่าได้ยิน
แต่ไม่ต้องรับมาเป็นของเรา
ไม่ต้องเอามาคิดต่อจนเป็นไฟ
สิ่งสำคัญคือ
ให้รู้ตัวว่าเรากำลังทำดีหรือทำชั่ว
ทำผิดหรือทำถูก
ถ้าเราทำดี
แต่คนอื่นพูดไม่ดี
ความดีนั้นก็ยังอยู่ที่ตัวเรา
ถ้าเราทำชั่ว
แต่คนอื่นพูดดี
ความชั่วก็ยังอยู่ที่ตัวเรา
คำพูดของคนอื่น
ไม่อาจเปลี่ยนใจแท้ของการกระทำเราได้
ดังนั้น
ให้กลับมาดูที่ตัวเอง
แก้ตัวเองก่อน
รู้ตัวเองก่อน
วางความคิดที่เกินจำเป็นลงก่อน
เมื่อใจไม่แบก
ความทุกข์ก็เบาลง
และเมื่อรู้ตรงกับตัวเอง
ธรรมะก็ไม่ไกลเลย
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
