การมีสติ ไม่ต้องรอหลับตา
ไปไหนก็รู้
ทำอะไรก็รู้
ขุดดิน ฟันไม้ ก็รู้การทำงานของกาย
หลวงพ่อเทียนชี้ให้เห็นว่า
สติไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ไม่ใช่เรื่องพิเศษ
แต่เป็นการตามรู้ชีวิตในขณะที่มันกำลังเป็นจริง
ศีลจึงไม่ใช่ของห่างไกล
ศีลคือความปกติ
ปกติกาย
ปกติวาจา
ปกติใจ
กายปกติ
ย่อมไม่ลักขโมย
ไม่เบียดเบียน
ไม่ชกต่อย ไม่ทำร้าย
วาจาปกติ
ย่อมไม่โกหก
ไม่พูดเท็จ
ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
ใจปกติ
คือใจที่เห็นทัน
เมื่อความนึก ความคิด
เริ่มเคลื่อนไปผิดทาง
ถ้าคิดดี แต่ยังเป็นความคิดที่ไม่ตั้งอยู่ในความจริง
นั่นก็ยังไม่ปกติ
ถ้าคิดชั่ว
ยิ่งไม่ปกติไปอีก
หลวงพ่อเทียนจึงสอนให้เรารู้ทัน
ตั้งแต่กายจะทำ
วาจาจะพูด
และใจจะนึกจะคิด
เมื่อใจเป็นผู้สั่ง
เราจึงต้องดูใจให้ทัน
ดูให้ทันว่า
อะไรเกิดขึ้น
อะไรผิดไป
อะไรพาเราออกจากความปกติ
ศีลในที่นี้
ไม่ใช่เพียงข้อปฏิบัติภายนอก
แต่คือการกลับมาสู่ความเป็นธรรมดาของชีวิต
เป็นธรรมดาที่ไม่หลอกตนเอง
เป็นธรรมดาที่ไม่พาใจไหลไปกับความมืด
แม้ความคิดดี
ถ้ายังเป็นความผิดปกติ ก็เหมือนมืดสีขาว
แม้ความคิดชั่ว
ก็เป็นมืดสีดำ
เราจึงต้องเห็นทั้งสองอย่างตามจริง
ไม่หลงว่าอะไรดีแล้วจะพอ
ไม่หลงว่าอะไรชั่วแล้วไม่เกี่ยวกับเรา
คำสอนของพระพุทธเจ้า
ไม่ใช่พิธีรีตอง
ไม่ใช่เครื่องรางของขลัง
แต่เป็นทางให้มาศึกษา
เพื่อเอาไปใช้กับชีวิตประจำวัน
ใช้แล้วทุกข์ลดลง
ใช้แล้วใจเบาขึ้น
ใช้แล้วความสุขค่อยมีที่ยืน
ถ้าแก้ทุกข์ได้น้อย
ทุกข์ก็ยังเหลือมาก
ถ้าแก้ทุกข์ได้มาก
ความทุกข์ก็น้อยลง
ถ้าแก้ได้สิ้นเชิง
ไม่มีทุกข์เหลือเลย
นั่นแหละคือความเต็มสมบูรณ์จริง ๆ
จึงกลับมาดูตนเองเสมอ
ในกาย วาจา ใจ
ดูให้รู้
รู้ให้ทัน
ทันแล้วค่อยวาง
ค่อยเป็นปกติ
นี่คือทางแห่งการเจริญสติ
เพื่อชีวิตประจำวันที่ไม่ทุกข์เกินไป
และเพื่อความสุขที่ค่อย ๆ งอกขึ้นจากใจที่รู้จริง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
