อย่าย่ำเท้าอยู่ที่เดิม
จงตื่นขึ้นมาดูใจของตนเอง
ท่านไม่ว่าจะเกิดมาเป็นใคร
พูดภาษาใด
นุ่งห่มอย่างไร
อ่านหนังสือได้หรือไม่ได้
ล้วนมีต้นทุนอยู่แล้ว
คือการทำบุญ
การให้ทาน
การรักษาศีล
สิ่งสำคัญไม่ใช่การหยุดอยู่แค่ความดีเก่า
แต่คือการก้าวต่อด้วยความเห็นถูก
เพราะการเดินทางของธรรม
ไม่ใช่เดินด้วยเท้า
แต่เดินด้วยสัมมาทิฏฐิ
เมื่อเห็นถูก
ก็ปฏิบัติถูก
เมื่อปฏิบัติถูก
ผลก็ย่อมถูกด้วย
คนจำนวนมากมักคิดว่า
การได้เป็นเทวดา
เป็นอินทร์
เป็นพรหม
คือความสุขอย่างสูงสุด
แต่พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นตรงกันข้าม
แม้เกิดเป็นอะไรก็ยังเป็นทุกข์
เพราะยังมีแก่
มีเจ็บ
มีตาย
สุขที่ยังอาศัยการเกิด
ก็ยังไม่พ้นจากความไม่เที่ยง
จึงอย่าเผลอปรารถนาเอาแต่รูปแบบของความเป็น
โดยไม่เห็นรากของทุกข์ในใจ
ทำบุญ
ให้ทาน
รักษาศีล
หรือเจริญภาวนา
ถ้าใจยังตั้งไว้ผิด
ก็อาจเผลอปรารถนาแต่ความสวย
ความรวย
ความสูงส่ง
แต่ถ้าฟังถูก
เข้าใจถูก
เห็นถูก
ปฏิบัติถูก
ผลก็ถูก
และใจจะค่อย ๆ ตรงขึ้นเอง
คำว่า คน
ในความหมายหนึ่งคือความกวน
กวนสิ่งต่าง ๆ ให้เข้ากัน
ให้ร่วมอยู่ได้
แต่ในอีกความหมายหนึ่ง
คนก็คือใจที่โสเหล่
พูดกันไปมา
จนไม่รู้จักกันตามความจริง
จิตใจของเราก็เช่นนั้น
บางครั้งเป็นเทวดา
บางครั้งเป็นอินทร์
บางครั้งเป็นพรหม
บางครั้งก็เป็นคน
เป็นผี
เป็นเปรต
เป็นนรก
เป็นเดรัจฉาน
ไม่ใช่เพราะร่างกายเปลี่ยนไป
แต่เพราะใจเปลี่ยนไปตามอารมณ์
ใจที่เป็นเทวดา
คือใจที่มีหิริโอตตัปปะ
มีความละอายต่อความชั่ว
มีความเกรงกลัวต่อบาปกรรม
ไม่กล้าทำชั่วทางกาย วาจา ใจ
ใจเช่นนี้เป็นเทวดาในทันที
ใจที่เป็นอินทร์
ใจที่เป็นพรหม
คือใจที่มีเมตตา
มีปราณี
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ซื่อตรงต่อผู้อื่นและต่อตนเอง
เหมือนความไว้วางใจที่มีได้ระหว่างพ่อแม่กับลูก
แต่ถึงจะเป็นคน
เป็นเทวดา
เป็นอินทร์
เป็นพรหม
ถ้ายังมีกิเลสคอยรบกวน
ใจก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ
ยังสุขบ้าง ทุกข์บ้าง
เพราะฉะนั้น อย่าไปดูแต่ชื่อของภพ
ให้กลับมาดูใจที่กำลังเป็นอยู่จริง ๆ
ถ้าใจเดือดร้อน
กระวนกระวาย
เศร้าหมอง
นั่นคือนรก
นรกไม่ใช่ที่ไกล
มันเกิดขึ้นได้ในใจเดี๋ยวนี้
ถ้าใจกินไม่อิ่ม
อยากไม่พอ
ได้เท่าไรก็ยังไม่พอ
นั่นคือเปรต
ถ้าใจอ่อนแอ
ขี้กลัว
ขี้ขลาด
ทำผิดแล้วยังไม่กล้ากลับตัว
นั่นคืออสุรกาย
ถ้าใจโง่
ขาดความรู้
ไม่มีความละอาย
ทำ พูด คิด ไปตามอารมณ์
นั่นคือเดรัจฉาน
คนรวยกับคนจน
ไม่ได้ต่างกันที่กิเลส
ต่างกันที่การรู้จักใจและการดำเนินชีวิต
คนรวยก็อยากได้
คนจนก็อยากได้
กิเลสจึงมีได้ทั้งสองฝ่าย
ถ้าทุกข์ยังเป็นเจ้าเรือน
นั่นแปลว่ากิเลสยังเป็นเจ้าเรือน
ถ้าโลภ โกรธ หลง ยังมาก
ทุกข์ก็ย่อมมาก
ถ้าโลภ โกรธ หลง น้อย
ทุกข์ก็ย่อมน้อย
ถ้าโลภ โกรธ หลง หมดไป
ทุกข์ก็หมดไป
ทางของพระพุทธเจ้า
จึงไม่ใช่การแต่งฝันให้สวย
แต่คือการเห็นตามจริง
แล้วค่อย ๆ คลายทุกข์ออกจากใจ
เมื่อใจเห็นถูก
ใจรู้ตัว
ใจไม่เผลอตามกิเลส
ชีวิตก็เดินไปข้างหน้า
อย่างมั่นคง
อย่างสงบ
อย่างไม่หลงทาง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
