เห็นธรรม ต้องเห็นกำลังทำ
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้มีสติ
ไม่ใช่มีไว้เพียงนึกถึง
แต่ให้รู้ตรงในสิ่งที่กำลังเป็นอยู่
กายานุปัสสนา
ให้รู้กายในกาย
เวทนานุปัสสนา
ให้รู้เวทนาในเวทนา
จิตตานุปัสสนา
ให้รู้จิตในจิต
ธรรมานุปัสสนา
ให้รู้ธรรมในธรรม
ธรรมในธรรม
ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาแสงสี
ผี เทวดา
หรือลูกแก้วลอยมาให้เห็น
ถ้าจะเห็นธรรม
ต้องเห็นขณะกำลังทำ
กำลังเดิน
กำลังยืน
กำลังนั่ง
กำลังนอน
กำลังพูด
กำลังคุย
กำลังคิด
ตรงนั้นแหละ
คือที่ให้สติไปยืนอยู่
ให้ใจรู้ตัวอยู่กับความจริง
ธรรมะไม่ได้อยู่เฉพาะคนใดคนหนึ่ง
ไม่ได้เป็นของคนไทยหรือคนจีน
คนฝรั่งหรือคนอังกฤษ
ภาษาต่างกัน
แต่กาย ใจ ความคิด
เหมือนกันหมด
พระพุทธเจ้าจึงสอน
ให้รู้ในอิริยาบถทั้งสี่
เพื่อให้เห็นต้นเหตุของทุกข์
ให้เห็นว่าทุกข์เกิดตรงไหน
เกิดอย่างไร
และมาจากอะไร
แต่บางครั้ง
เรายังต้องฝึกให้ละเอียดขึ้นอีก
ให้รู้คู้เหยียด
ให้รู้เคลื่อนไหว
ให้รู้กะพริบตา
ให้รู้หายใจ
ให้รู้นึกคิด
สิ่งที่คนอื่นเห็นได้
ก็ยังไม่ยากเท่าไร
แต่ความคิดของเรา
น้อยนักที่จะเห็นทัน
และนี่เอง
คือจุดที่ต้องภาวนาอย่างจริงจัง
เพราะการศึกษาธรรมะ
ไม่มีใครทำแทนกันได้
การรู้แจ้ง
ไม่ได้เกิดจากคำพูดอย่างเดียว
แต่เกิดจากการกระทำทางจิต
ทางใจของเราเอง
เราทำแล้วหรือยัง
และทำอย่างไร
เมื่อก่อน
แม้จะทำบุญ
ให้ทาน
รักษาศีล
ทำกรรมฐาน
ก็ยังอาจไม่รู้จักใจตนเอง
ยังไม่เห็นว่า
ศีลคืออะไร
ธรรมคืออะไร
พระพุทธเจ้าสอนอะไรอยู่
จนเมื่อหันกลับมาฝึกตัวเอง
คอยดูการเคลื่อนไหวของตัวเองอยู่เสมอ
จึงเริ่มรู้
เริ่มเห็นความคิดของตน
มันเกิดขึ้นเมื่อไร
ก็เห็นเมื่อนั้น
เหมือนแมวกับหนู
พอหนูออกมา
แมวก็เห็นทันที
ความคิดก็เช่นนั้น
ถ้ามีสติ
มีสมาธิ
มีปัญญา
คุมกาย วาจา ใจไว้
ความคิดที่ผุดขึ้นมา
ย่อมถูกเห็น
ถูกเข้าใจ
ไม่ใช่ปล่อยให้ไหลไปตามมัน
เรื่องนี้
คนอื่นทำแทนไม่ได้
ให้กันไม่ได้
รับแทนกันไม่ได้
ต้องรู้เอง
เห็นเอง
เข้าใจเอง
เราบอกตัวเองได้ว่า
เราเป็นชาวพุทธ
เป็นญาติธรรมของพระพุทธเจ้า
เป็นสาวกของพระองค์
แต่ถ้ายังไม่เข้าใจการกระทำของตน
คำพูดนั้นก็ยังห่าง
ธรรมะจึงไม่ใช่เรื่องไกล
อยู่ที่การหันกลับมาเห็นตัวเอง
ในทุกการเคลื่อนไหว
ทุกความคิด
ทุกลมหายใจของชีวิต
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
