ธรรมะไม่ได้อยู่ไกล
แต่อยู่ที่ความรู้สึกตัว
เมื่อเห็นรูปนามตามจริง
ใจจะรู้เองว่า
สิ่งใดเกิดขึ้น
สิ่งใดดับไป
การดับของนามรูปนั้น
ไม่ใช่ค่อย ๆ เลือน
แต่เหมือนวูบลงในใจ
แล้วจืดจางไปทั้งตัว
เหมือนสำลีที่อุ้มน้ำเต็ม
พอเราบีบออกครั้งเดียว
ก็หมดน้ำลงไป
เหมือนผ้าจะย้อมสี
แต่สีนั้นเสื่อมแล้ว
ย้อมอย่างไรก็ไม่ติด
ฉันใด
เมื่อปฏิบัติจนสติแก่กล้า
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
ย่อมพาใจไปเห็นจริง
โดยไม่ต้องเดา
ไม่ต้องคิดแทน
สิ่งนี้
รู้ล่วงหน้าไม่ได้
คาดเอาไม่ได้
ต้องลงมือ
ต้องภาวนา
ต้องเห็นด้วยตนเอง
แล้วจิตจะเปลี่ยนของมันเอง
หลวงพ่อชี้ให้เห็นว่า
การเจริญสติ
การเคลื่อนไหว
การรู้สึกตัวต่อเนื่อง
เป็นทางตรงของใจ
เมื่อทำจริง
ย่อมมีผลจริง
รู้รูป
รู้นาม
รู้รูปทำ
รู้นามทำ
แล้วค่อยเห็นชัดขึ้นไปอีก
ว่าโรคทางกายก็มี
โรคทางใจวิญญาณก็มี
กายเจ็บ
ให้รักษากาย
ใจเศร้าหมอง
ให้รักษาด้วยสติ
โทสะ
โมหะ
โลภะ
นี่แหละคือโรคของใจ
และยารักษา
ไม่ใช่สิ่งอื่นไกล
คือความรู้ตัวที่พอดี
เมื่อสติเข้าถึง
ปัญญาก็เกิด
ความรู้แจ้งก็ปรากฏ
ไม่ใช่ความรู้ที่จำมา
แต่เป็นความรู้ที่เห็นเอง
เห็นอนิจจัง
เห็นทุกข์
เห็นอนัตตา
เห็นความจริงของชีวิต
จนใจค่อยคลาย
ค่อยวาง
ค่อยเบา
คนเราเกิดมานานแค่ไหน
ถ้าไม่รู้ความจริงนี้
ชีวิตก็ยังว่างเปล่า
แต่คนที่รู้จริง
แม้มีชีวิตเพียงวันเดียว
ก็มีค่ากว่าคนที่อยู่มาแสนนาน
เพราะรู้ทางพ้นทุกข์แล้ว
ศาสนาแท้
จึงไม่ใช่เพียงคำเรียก
แต่คือที่พึ่งของใจ
พุทธศาสนา
คือสติ
คือสมาธิ
คือปัญญา
คือความรู้สึกตัวที่ตื่นขึ้น
เบิกบานขึ้น
และเห็นตามจริง
บาป
คือความไม่รู้
คือความมืดของใจ
บุญ
คือความรู้แจ้ง
คือความฉลาดที่พ้นหลง
เมื่อใจไม่รู้
ใจก็ถูกครอบงำ
เมื่อนั้นแหละ
บาปยังมีอยู่
แต่เมื่อรู้จริง
ใจย่อมเป็นที่พึ่งของตนได้
พึ่งตัวเองได้
และกำจัดทุกข์ได้จริง
การปฏิบัติ
จึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย
ไม่ใช่เรื่องยากเกินคน
ไม่ต้องสิ้นเปลืองมาก
ไม่ต้องทำให้วุ่นวาย
ไม่ต้องพึ่งสิ่งภายนอกให้มากเกินไป
เพียงทำให้ต่อเนื่อง
ทำให้ตรง
ทำให้จริง
แล้วความรู้จริง
จะเกิดขึ้นเอง
ทางนี้เป็นทางของความรู้สึกตัว
เป็นทางของการเห็นตรง
เป็นทางที่ใจได้พึ่งตนเอง
เมื่อถึงตรงนั้น
ชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
