เห็นต้นเหตุของความคิด ทุกข์ก็ค่อย ๆ เบาลง

 

ทางนี้ไม่ยาก


ถ้าเรายอมเดินจริง


คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่เรื่องไกล


ไม่ใช่เรื่องต้องรอให้พร้อมทุกอย่างก่อน


แต่เป็นเรื่องของการรู้ตัว


รู้การเคลื่อนไหว


รู้ทุกอิริยาบถ


ให้ต่อเนื่องเหมือนลูกโซ่


ทำไปทุกวัน


เว้นเพียงเวลานอนหลับเท่านั้น


ทำตอนเดิน


ทำตอนยืน


ทำตอนนั่ง


ทำตอนเข้าห้องน้ำ


ทำตอนทำอะไรอยู่ก็กำหนดรู้


ใจที่รู้ตัวอยู่เสมอ


ค่อย ๆ เบา


ค่อย ๆ คลาย


เพราะเมื่อรู้เวลามันเคลื่อนไหว


ความคิดที่จะลักของคนอื่น


จะไปด่าคนอื่น


จะไปอิจฉาคนอื่น


มันไม่ค่อยโผล่ขึ้นมา


นี่แหละ


ทุกข์ส่วนหนึ่งดับไปแล้ว


โทสะ โมหะ โลภะ


เป็นของที่ต้องเห็นก่อน


ไม่ต้องรีบไปพูดถึงรูปนามอะไรนัก


พอรู้ต้นเหตุของความคิด


พอเห็นสมุฏฐานของมัน


มันก็เบาบางลงทันที


เหมือนของที่ถูกไล่


เหมือนควายตัวเล็กกับควายตัวใหญ่ที่ไล่กัน


พอเห็นชัด


มันหนีกันเอง


ตอนแรกอาจเหมือนว่าหายไปมาก


อาจเหมือนเบาลงมาก


แต่ความจริงสำคัญคือ


ใจเริ่มไม่ถูกมันลาก


เริ่มเห็นว่า


ความเป็นพระไม่ได้อยู่ที่เพศ


ผู้หญิงก็เป็นได้


ผู้ชายก็เป็นได้


อยู่ที่การเห็นตรงนี้


เห็นต้นเหตุแห่งความคิด


เห็นอาการที่เกิดขึ้นจริง


แล้วไม่ไปยึดไว้


เมื่อไม่ยึด


โทสะ โมหะ โลภะ ก็ลดลง


ธรรมที่เคยเป็นคำสวด


จึงค่อย ๆ กลายเป็นของจริงในใจ


ไม่ใช่เพียงรู้ด้วยปาก


แต่รู้ด้วยการภาวนา


รู้ด้วยการเดิน


รู้ด้วยการกำหนดทุกระยะ


รู้จนเห็นว่า


กิเลส ตัณหา อุปาทาน กรรม


ล้วนเกิดจากความไม่รู้ตัว


เมื่อรู้แล้ว


ใจก็ไม่ต้องแบกเหมือนเดิม


ทานธรรมของพระพุทธเจ้า


ไม่ใช่การหยิบยื่นอะไรให้เรา


แต่เป็นการชี้ทางให้เราปฏิบัติ


ให้เราพ้นจากโรคของโลก


คือไม่ต้องเกิด ไม่ต้องตายอีก


ทางนี้อยู่ตรงการรู้ตัวนี่เอง


ถ้าเรารักษาไว้ได้ทุกวัน


ทุกข์จะค่อย ๆ ลดลงจริง


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive