ชาติกำเนิดแก้ไขไม่ได้ แต่กรรมแก้ได้ด้วยการปฏิบัติ รู้ตนเอง ตื่นตัว แล้วความไม่รู้จะไม่มี




 คนเราศึกษาอยู่สองทาง


ทางหนึ่ง คือดูการเกิด


อีกทางหนึ่ง คือดูความจริงในตัวเอง


เกิดมาเป็นคน

ก็มีพ่อมีแม่

เกิดในตระกูลใด

ก็เป็นคนในตระกูลนั้น


เรื่องนี้แก้ไขไม่ได้


สูงหรือต่ำ

ดำหรือขาว

หญิงหรือชาย

ล้วนเป็นสภาพที่เกิดมาเช่นนั้น


แม้พระพุทธเจ้าก็ไม่ใช่พระพุทธเจ้าเพราะชาติกำเนิด


เจ้าชายสิทธัตถะเกิดในตระกูลกษัตริย์

แต่ความเป็นพระพุทธเจ้า

ไม่ได้มาจากตระกูล


ความดีความชั่ว

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ

หรือชื่อเสียงของบ้านเกิด


แต่อยู่ที่การกระทำ


ไม่มีใครทำแทนกันได้

ไม่มีใครปฏิบัติแทนกันได้


บอกกันได้เพียงว่า

อย่างนี้ผิด

อย่างนี้ถูก

อย่างนี้ไม่รู้

อย่างนี้รู้

อย่างนี้ไม่เข้าใจ

อย่างนี้เข้าใจ


คำสอนจึงไม่ได้ชวนให้เราไปยึดกับกำเนิด

แต่ชวนให้เรามาศึกษาใจของตน


ศึกษาว่า

จะฉลาดจริง

จะเห็นจริง

ตามความเป็นจริงได้อย่างไร


เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว

จึงสอนให้คนอื่นรู้ตาม

เห็นตาม


ผู้ใดอยากรู้ตาม

อยากเห็นตาม

ก็ต้องมาศึกษา

และปฏิบัติตามคำสอนนั้น


ท่านไม่ได้ให้เราหลงคิดเอาเอง

ว่าเห็นแล้ว


แต่ให้ดูให้ตรง


อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

อย่าเห็นผิดเป็นถูก

อย่าเห็นทุกข์เป็นสุข


เห็นให้ตรงตามจริง


ผิดก็รู้ว่าผิด

ถูกก็รู้ว่าถูก

ทุกข์ก็รู้ว่าทุกข์

สุขก็รู้ว่าสุข


การเห็นอย่างนี้

ไม่ใช่การคิดเอา

ไม่ใช่การจำเอา


แต่ต้องอาศัยการเจริญสติ

เจริญสมาธิ

เจริญปัญญา


ให้รู้เหมือนพระพุทธองค์

เห็นเหมือนพระพุทธองค์

เข้าใจเหมือนพระพุทธองค์


ถ้าทำแล้วยังไม่รู้

ไม่เห็น

ไม่เข้าใจ

ไม่สว่าง

ก็ยังไม่ใช่


วิชชา คือความรู้แจ้ง

รู้จริง

รู้แล้วไม่เปลี่ยนแปลง


อวิชชา คือความไม่รู้แจ้ง

ไม่รู้จริง

และเปลี่ยนแปลงไปได้


จึงต้องย้อนมาดูตนเอง

ศึกษาตนเอง

ให้ตื่นตัวอยู่เสมอ


เมื่อรู้ตัวเองตามจริง

ความไม่รู้ก็ไม่มีที่ตั้ง


เมื่อฝึกให้รู้ตัว

ตื่นตัว

เข้าใจตัว


ความหลง

ความไม่ตื่น

ความไม่เห็น

ก็จะค่อยๆ คลายไป


นี่แหละ

ทางของผู้ต้องการรู้ตาม

เห็นตาม

เข้าใจตามความเป็นจริง


ทางของการเจริญสติปัฏฐาน ๔


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive