สติ ต้องรู้ตนเอง
พระพุทธเจ้าท่านสอนทางไว้ชัด
ให้เริ่มที่กาย
ให้รู้กายในกายของตนเอง
ให้รู้เวทนาในเวทนาของตนเอง
ให้รู้จิตในจิตของตนเอง
ให้รู้ธรรมในธรรมที่เกิดขึ้นในตนเอง
เป็นทางที่หันกลับมาดูใจของตัวเอง
ไม่ใช่ดูเพียงคำพูด
ไม่ใช่เข้าใจเพียงความคิด
แต่ต้องรู้ตรงในสิ่งที่เกิดกับตัวเรา
ยืน เดิน นั่ง นอน
เป็นของที่เห็นได้ทุกคน
แต่จะรู้จริงหรือไม่
อยู่ที่เราจะมีสติหรือเปล่า
เหมือนมีข้าวอยู่ตรงหน้า
แต่จะกินหรือไม่
ก็อยู่ที่เราเอง
ความอิ่ม ความพอ
คนอื่นกินแทนไม่ได้
รู้แทนกันไม่ได้
การรู้ตรงนี้
เป็นความรู้เฉพาะตัว
เป็นสันทิฏฐิโก
เห็นได้เอง รู้ได้เอง
ไม่ได้อาศัยคำเล่า
ไม่ได้อาศัยการเดา
พระองค์จึงสอนย้ำอีก
ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้
ในอิริยาบถย่อย
คู้ เหยียด เคลื่อนไหว
คู้แขน คู้มือ คู้แข้ง คู้ขา
ให้รู้ความรู้สึกนั้น
ให้ตามทันสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
เพราะเรามักเผลอไปกับความเคยชิน
ร่างกายทำไป
ใจลอยไป
แต่สติไม่ตาม
ความรู้สึกตัวจึงค่อย ๆ หายไปจากชีวิต
สิ่งบางอย่างคนอื่นมองเห็นได้
การกะพริบตา
การหายใจ
การอ้าปาก
การกลืนน้ำลาย
แต่ข้างในที่จิตนึกคิด
ข้างในที่ใจไหว
ตรงนั้นต้องรู้เอง
เห็นเอง
เข้าใจเอง
ไม่มีใครยื่นความรู้สึกตัวให้เราได้
ไม่มีใครปลุกแทนได้ตลอด
การเห็นธรรม
จึงเป็นการเห็นสภาวะดั้งเดิมของเรา
เห็นตามที่เป็นจริง
ไม่แต่งเติม
ไม่หลอกตัวเอง
ถ้าไม่สนใจทางนี้
ชีวิตก็อาจมีค่าน้อย
เกิดมาแล้วก็อาจไม่รู้ว่ามาเพื่ออะไร
แต่ถ้าได้รู้ตนเอง
รู้การเกิดของสติ
รู้การเกิดของสมาธิ
รู้การเกิดของปัญญา
นั่นมีค่ามาก
เงินทองซื้อไม่ได้
ใครก็ทำแทนไม่ได้
เกิดเป็นคน
พ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิด
แต่การเกิดรู้
การเกิดเห็นจริง
ต้องเกิดจากการภาวนาในตัวเราเอง
สิ่งนี้จำได้ไม่พลาด
เพราะเป็นความจริงที่เห็นอยู่ตรงหน้า
จึงเป็นที่พึ่งอันเกษม
พระพุทธเจ้าท่านไม่สอนให้สร้างอำนาจ
ท่านสอนให้สร้างชื่อเสียงเกียรติยศ
สร้างสติปัญญา
เพื่อแนะนำสั่งสอนกันและกัน
ให้มนุษย์รู้ด้วยกัน
เมื่อยังไม่รู้ ก็ยังทุกข์
เมื่อรู้แล้ว ก็คลายทุกข์ได้
คนที่ขาดสติ ขาดสมาธิ ขาดปัญญา
ย่อมหวั่นไหวกับอำนาจ
ย่อมกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นทางออก
แต่ผู้มีสติ
ย่อมไม่ต้องไปพึ่งความกลัว
ย่อมค่อย ๆ ยืนอยู่บนความรู้ตรง
อยู่บนสิ่งที่ตนเองเห็นเอง
ได้จริงในชีวิตนี้
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
