เห็นธรรม คือเห็นตัวเรา เห็นกายกับใจ ในขณะทำ พูด คิด

 

ตั้งใจฟังด้วยใจที่รู้ตัว


เมื่อฟังดี

ปัญญาก็เกิดไปในทางที่ดี


แต่ถ้าฟังไม่ดี

ปัญญาก็อาจพาไปในทางที่ไม่ดีได้


ดีและไม่ดี

ตรงกันข้ามกันเหมือนดำกับขาว


ฉะนั้น การฟังจึงไม่ใช่แค่ให้ผ่านหู

แต่เป็นการรับธรรมเข้าไปด้วยความรู้สึกตัว


วันนี้จึงชวนกันมาดูคำว่า

การเห็นธรรม


หลายคนอาจนึกถึงสี

แสง ผี เทวดา

นรก สวรรค์

หรือแม้แต่พระพุทธเจ้า


แต่สิ่งเหล่านั้น

ยังเป็นการเห็นนอกตัว


ยังไม่ใช่การเห็นธรรมที่แท้


เพราะถ้าเห็นธรรม

ต้องเห็นเข้ามาที่ตัวเรา

เห็นในตัวเราเอง


เห็นกาย

เห็นใจ


เห็นรูป

เห็นนาม


เห็นสิ่งที่กำลังเกิดอยู่

ในกายและใจของเรา


เมื่อเห็นรูป

ก็เห็นนาม


เมื่อเห็นนาม

ก็เห็นรูป


เมื่อเห็นกาย

ก็เห็นใจ


เมื่อเห็นใจ

ก็เห็นกาย


นี่แหละ

เป็นทางของการรู้ตรง

ไม่ออกไปวิ่งตามภาพ ตามเสียง

ตามสิ่งที่ใจสร้างขึ้น


กายกับใจ

รูปกับนาม

มีอยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด


พอคลอดออกจากท้องแม่

ก็มีทั้งกายและใจ

มีทั้งรูปและนาม


ภาษาธรรมก็เรียกอย่างหนึ่ง

ภาษาชาวบ้านก็เรียกอีกอย่างหนึ่ง


แต่ความจริงนั้น

ไม่ได้ต่างกัน


สิ่งสำคัญคือ

ให้เห็นตามที่มันเป็น


และการเห็นธรรม

ไม่ได้อยู่ไกล


ไม่ได้อยู่ในที่พิเศษ

หรือในเหตุการณ์อัศจรรย์


แต่อยู่ในการกระทำ

อยู่ในการพูด

อยู่ในการคิด


ทำทางกาย

พูดทางวาจา

คิดทางใจ


ในขณะทำ

ในขณะพูด

ในขณะคิด


ถ้ารู้ตัวตรงนั้น

นั่นแหละคือเห็นธรรม


เมื่อเห็นธรรม

ก็เห็นพระพุทธเจ้า


เมื่อไม่เห็นธรรม

ก็ไม่เห็นพระพุทธเจ้า


เพราะพระพุทธเจ้า

ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปแสวงหาไกลตัว


แต่เป็นความจริงที่เปิดให้เห็น

ในกายและใจของเราเอง


จึงกลับมาดูตัวเรา

กลับมาเห็นตัวเรา

อย่างซื่อตรงและอ่อนโยน


ให้รู้ว่า

ขณะนี้กายกำลังเป็นอย่างไร

ใจเป็นอย่างไร


และในความรู้สึกตัวนั้นเอง

ธรรมะก็เริ่มปรากฏ


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive