Posts

จงหันกลับมาดูตัวเอง เห็นจิตของตนเอง คือเห็นธรรม

พุทธศาสนาสอนให้รู้เหตุแห่งทุกข์ แล้วดับทุกข์ด้วยสติและปัญญาของตนเอง ทำดีเมื่อไร ดีเมื่อนั้น

ชาติกำเนิดแก้ไขไม่ได้ แต่กรรมแก้ได้ด้วยการปฏิบัติ รู้ตนเอง ตื่นตัว แล้วความไม่รู้จะไม่มี

“ศึกษาตัวเองให้รู้จริง แล้วจะอยู่เหนือโลก เหนือทุกข์”

ศาสนาคือคำสอนของผู้รู้ ต้องทำจริง จึงรู้สวรรค์นิพพาน

นิมิตไม่ใช่สีแสง นิมิตคือสติรู้ตัวทุกขณะ

ฟัง คิด แล้วปฏิบัติ จึงรู้ธรรมะได้จริง

ความสงบไม่ต้องไขว่คว้าข้างนอก ต้องรู้จักตัวเองด้วยสติจึงเห็นจริง

ต้องเจริญสติให้รู้ตัว ในทำ พูด คิด รู้ผิด รู้ถูก ตื่นจากความหลง

ทำดีวันนี้ก็ดี ทำชั่ววันนี้ก็ชั่ว ต้องรู้ปัจจุบัน เอาชนะตัวเองให้ได้

เจริญสติให้มาก จนความไม่รู้สึกค่อย ๆ หายไป เมื่อรู้ตัวทั่วพร้อม ก็เห็นความคิดของตนเอง

สติอยู่บ่อย ๆ ความหลงก็ลดลง เหมือนน้ำเข้าไปแทนที่อากาศในแก้ว

“สะอาดแท้ คือกิเลสดับ สงบแท้ คือใจไม่ทุกข์”

มีสติรู้ตามเห็นตาม จึงใกล้ธรรมพระพุทธเจ้า

สติไม่จำเป็นต้องหลับตา ดูจิตให้ทัน อารมณ์เกิดแล้วก็ดับ

จงดูจิตให้เห็นจริง กิเลสลดเมื่อสติรู้ตัว

จงดูจิตให้เห็นจริง กิเลสลดเมื่อสติรู้ตัว

เห็นธรรม จึงเห็นพระพุทธเจ้า จับจีวรก็ไม่เห็น ถ้าไม่เห็นธรรม

เห็นธรรม คือเห็นตัวเรา เห็นกายกับใจ ในขณะทำ พูด คิด

เคลื่อนไหวให้รู้สึก นั่นแหละสติ นั่นแหละสมาธิ

สติปัญญาคุมกายวาจาใจ จิตไม่ลืมตัว ไม่ทุกข์

นิพพานไม่ไกล อยู่ที่ปัจจุบันนี่เอง รู้ปัจจุบันให้ชัด ทุกข์ก็คลาย

รู้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาให้ชัด แล้วรู้เท่าทันโลภะ โทสะ โมหะ

ปฏิบัติให้รู้กายที่เคลื่อนไหว มีสติทุกจังหวะ ก็เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

วิปัสสนา คือใบไม้ในกำมือ มีสติระลึกได้ มีสัมปชัญญะรู้ตัว

ปฏิบัติธรรมเพื่อแก้ทุกข์ เมื่อไม่มีทุกข์ ก็ต้องเตรียมไว้

ทำงานอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ทำอย่างไรให้รู้ตัว

สติเกิดเมื่อรู้ความคิดที่วูบขึ้นมา ทำบ่อย ๆ ความหลงก็หายไปเอง

“สร้างสติ แล้วดูความคิด นี่แหละมรรค”

วิปัสสนา คือดูจิตเห็นกิเลส ไม่ใช่หลับตาหาอิทธิฤทธิ์

Archive