พอดีคิดปุ๊บ เห็นปั๊บ ความหลงก็ถูกหยุดทันที

 

เห็นตรงนี้ ใจจะค่อยเบา


หลวงพ่อพาเราเห็นว่า

เวลาความคิดแรง

ตัวรู้ยังน้อย

ใจก็มักเผลอเข้าไปเป็นความคิดนั้น


เหมือนหนูตัวน้อย

ไปเจอแมวที่มีกำลัง

พอถูกจับ

หนูก็ตกใจ

เผลอไปกับมัน

แล้วก็เหนื่อย


แต่ถ้าเราฝึกให้รู้ทัน

พอคิดปุ๊บ

เห็นปั๊บ

คิดปุ๊บ

เห็นปั๊บ

ซ้ำไปเรื่อย ๆ


ความคิดก็ยังเกิดได้

แต่ไม่พาใจหลงไปไกล

เหมือนแมวที่คุ้นกับการให้อาหาร

หนูจะโผล่มาอีก

แมวก็ไม่ตื่น ไม่กลัว

ไม่ไล่ตามความคิดแบบลนลาน

เพียงรู้ตามจริง

แล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบัน


นี่ไม่ใช่การเพ่งเนื้อเพ่งหนัง

ไม่ใช่จ้องเอาชนะอะไร

แต่เป็นการเบิ่งดูตรง ๆ

ดูให้เห็นว่า

อะไรเกิดขึ้น

อะไรเปลี่ยนไป

อะไรมีอยู่จริงในขณะนั้น


เมื่อเห็นชัดขึ้น

สิ่งที่เคยพาใจหลง

ก็กลายเป็นเพียงวัตถุ

เป็นสิ่งที่มีอยู่

เป็นอาการที่ปรากฏ

เป็นของที่เกิดแล้วดับ

จับต้องได้บ้าง

รู้สึกได้บ้าง

เห็นได้บ้าง


แล้วจึงค่อยเข้าใจว่า

เวทนาก็มีอยู่

สัญญาก็มีอยู่

สังขารก็มีอยู่

วิญญาณก็มีอยู่


แต่ถ้ารู้ทัน

มันก็ไม่จำเป็นต้องพาให้ทุกข์


ทุกอย่างยังอยู่

แต่ใจไม่ต้องไหลตาม

นี่คือความเปลี่ยนที่ลึก

และงดงามมาก


เมื่อเห็นชัดพอ

โทสะ โลภะ โมหะ

ก็เผยตัวออกมาเอง

ไม่ต้องไปเดา

ไม่ต้องไปแต่งเรื่องเพิ่ม


บางทีคนเราไม่ได้ผิดเพราะอยากผิด

แต่อยู่ในความมืด

เลยเผลอคิดผิด

พูดผิด

ทำผิด


พอมีแสงของความรู้สึกตัว

เรื่องเดิม ๆ ก็เริ่มคลาย

คนที่เคยเข้าถึงยาก

ก็อาจนุ่มลง

คนที่เคยพูดคุยลำบาก

ก็อาจกลายเป็นผู้ฟังง่าย

ผู้ที่ใจอ่อนโยน

ย่อมเหมือนพระ

ย่อมเหมือนธรรม

เพราะใจดีนั่นเอง


สูตรที่สำคัญ

จึงไม่ใช่แค่รู้

แต่รู้แล้วใจค่อยดี

รู้แล้วใจค่อยเป็นปกติ

รู้แล้วค่อยวางได้


เดินไป

กลับมา

ทำงาน

ทำหน้าที่

รักเวลา

รักงาน

รักตนเอง


เมื่อรู้จริง

เราจะไม่ดูถูกตัวเอง

กลับยกมือไหว้ตัวเองได้

ไม่ใช่เพราะตัวเรายิ่งใหญ่

แต่เพราะในตัวเรามีของดี

มีทองคำ

มีทางรู้

มีทางตื่น


เพียงหมั่นกลับมารู้

ทีละขณะ

ทีละก้าว

ทีละลมหายใจ

ทีละการเคลื่อนไหว


ใจจะค่อยเห็น

ใจจะค่อยวาง

ใจจะค่อยเป็นอิสระ


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive