พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม นิพพานคือความเย็น ความสงบในปัจจุบัน

 



ธรรมะไม่ไกลจากตัวเราเลย


ถ้าใจประพฤติธรรม

ธรรมะก็รักษาใจนั้นไว้เอง


หลวงพ่อเทียนชี้ให้เห็นว่า

พระธรรมไม่ใช่เรื่องอยู่นอกตัว

ไม่ใช่สิ่งที่ต้องไปตามหาที่ไกล

ไม่ใช่สิ่งที่ต้องคอยแปลให้ซับซ้อน


แต่เป็นความจริงที่รู้ได้ตรง ๆ

ในกาย ในใจ ในการเคลื่อนไหวของเราเอง


คนเราจะเข้าใจกันได้

ก็ต้องรู้ภาษาของกันและกัน

ธรรมะก็เช่นเดียวกัน

ต้องรู้ภาษาของความรู้สึกตัว

ต้องรู้ภาษาของปัจจุบัน

ต้องรู้ภาษาของการรู้ตรง


เมื่อใจยังหมุนไปหาอดีต

ก็แก้อดีตไม่ได้

เมื่อใจยังวิ่งไปหาอนาคต

ก็แก้อนาคตไม่ได้


สิ่งที่แก้ได้

อยู่ตรงนี้เอง

อยู่ในลมหายใจนี้

อยู่ในการยกมือ

อยู่ในการเดิน

อยู่ในการนั่ง

อยู่ในความรู้สึกที่เกิดขึ้นเดี๋ยวนี้


ถ้ารู้ทันปัจจุบัน

ก็เหมือนได้จับของจริง

ไม่ต้องรอ ไม่ต้องเดา

ไม่ต้องแบกความทุกข์ไว้ต่อ


นิพพานในคำสอนนี้

คือความดับ

คือความเย็น

คือความสงบ

คือการทำงาน ทำกิจ ทำหน้าที่

โดยใจไม่ทุกข์ไปด้วย


ไม่ใช่แค่พูดดี

ไม่ใช่แค่คิดดี

แต่ต้องเห็นการกระทำของตนเอง

แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนจากข้างใน


หลวงพ่อเตือนให้มีความละอายต่อความไม่ดีของตน

เห็นคนอื่นทำ

เราก็เห็นโทษของความเกียจคร้านในใจเรา

เห็นคนอื่นตื่น

เราก็ไม่ควรปล่อยตัวให้หลับอยู่


การภาวนาไม่ใช่การบังคับตัว

ไม่ใช่การส่งเสริมตามอารมณ์

แต่เป็นความหวังดีต่อชีวิตของตน

เป็นการกลับมาดูนิสัยเดิม

และยอมแก้ด้วยตัวเอง


พระพุทธเจ้าเป็นผู้บอก

เป็นผู้แนะนำ

ส่วนการเดินตามทาง

เป็นหน้าที่ของเราเอง


ถ้ารู้จักกาล

รู้จักงาน

รู้จักหน้าที่

รู้จักตื่นเมื่อถึงเวลา

รู้จักเดินเมื่อถึงเวลาเดิน

รู้จักนั่งเมื่อถึงเวลานั่ง


ใจจะค่อย ๆ ตั้งขึ้น

และเห็นความจริงของตัวเองชัดขึ้น


พระธรรมอยู่ที่การเป็นอยู่ของเรา

อยู่ที่การทำดี

คิดดี

พูดดี

โดยไม่ต้องแยกธรรมะออกไปจากชีวิต


เมื่อทำงานด้วยใจที่ไม่ทุกข์

นั่นแหละคือธรรม

เมื่อดำเนินชีวิตด้วยความรู้สึกตัว

นั่นแหละคือทางสงบ


ฟังแล้ว หากเห็นตรงนี้

ก็ไม่ต้องรอไกล

เริ่มกลับใจได้เดี๋ยวนี้


อึดใจเดียวก็เปลี่ยนได้

ถ้าใจรู้ตัวจริง ๆ


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive