เห็นธรรมแล้ว ใจจึงเบา
กายนี้ คนอื่นมองเห็นได้
มือที่พลิกขึ้น คว่ำลง
เท้าที่เดินหน้า ถอยหลัง
ตาที่พริบ
ปากที่อ้า
คอที่กลืนน้ำลาย
ลมหายใจที่เข้าออก
สิ่งเหล่านี้เป็นรูปกายภายนอก
เห็นได้ด้วยตา
แต่จิตใจนั้น
คนอื่นมองไม่เห็น
รู้ได้ด้วยตนเองเท่านั้น
พระธรรมจึงเป็นสิ่งที่
ผู้รู้จะพึงเห็นเอง
ไม่จำกัดกาล ไม่จำกัดเวลา
เมื่อเห็นธรรม
รู้ธรรม
เข้าใจธรรม
ทุกข์ก็เบาลง
หรือหมดไป
ความไม่มีทุกข์นั้น
เป็นสิ่งที่รู้ได้ตรง
ไม่ต้องอาศัยคำบอกเล่า
ทุกข์ทางกายนั้น
คนอื่นก็เห็น
และเราก็ช่วยคลายได้ง่าย
ของหนักก็วางลง
แบกไม่ไหวก็ทิ้ง
ร้อนนักก็หาที่ร่ม
หนาวนักก็หาผ้าห่ม
ทุกข์อย่างนี้
แก้ได้เร็ว
เพราะสัมผัสได้ด้วยกาย
แต่ทุกข์ทางใจ
ลึกกว่า
ละเอียดกว่า
มองไม่เห็นด้วยตา
จับไม่ติดด้วยมือ
จึงเป็นทุกข์ที่แก้ยาก
และถ้าไม่รู้ทาง
บางคนถึงกับทำร้ายตนเอง
เพราะฉะนั้น
เมื่อใจมีความไม่สบาย
อย่ารีบหนีจากมัน
ให้หันกลับมารู้ตรงๆ
รู้กายที่เคลื่อนไหว
รู้ใจที่กำลังปรุง
รู้ความหนักเบาที่เกิดขึ้น
เหมือนพระวักกลิ
เมื่อได้ฟังคำว่า
ผู้ใดเห็นธรรม
ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า
เมื่อผู้ใดเห็นพระพุทธเจ้า
ผู้นั้นเห็นธรรม
ท่านจึงกลับมาเจริญวิปัสสนา
จนได้ดวงตาเห็นธรรม
และอยู่ที่ไหนก็เป็นสุข
สุขที่เกิดจากการรู้ตรง
ไม่ต้องตามหาไกล
ไม่ต้องรอเวลา
ไม่ต้องรอใครมาช่วยให้เห็น
เพียงกลับมารู้
ให้ชัด
ให้ตรง
ให้ต่อเนื่อง
ธรรมก็ปรากฏ
ใจที่เคยหนัก
ก็คลายลงเอง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
