รู้บาปบุญด้วยกายวาจาใจ จิตจะเห็นจริง ไม่ทุกข์จริงๆ

 


รู้ตรงนี้ แล้วใจจะไม่หลงทาง


เมื่อเรารู้จักการให้ทาน

รู้จักการรักษาศีล

รู้จักการทำกรรมฐานทุกแง่ทุกมุม


ปัญญาใหม่จะค่อย ๆ เกิดขึ้นในใจ


ไม่ใช่ปัญญาที่คิดเอา

แต่เป็นความรู้ที่เห็นจริงจากข้างใน


รู้ว่าการทำชั่วด้วยกาย

เป็นบาปกรรมอย่างไร


รู้ว่าถ้ายนรกมีจริง

เราจะไปตกขุมไหน


รู้ว่าการทำชั่วด้วยวาจา

เป็นบาปกรรมอย่างไร


รู้ว่าถ้ายนรกมีจริง

เราจะไปตกขุมไหน


รู้ว่าการทำชั่วด้วยใจ

เป็นบาปกรรมอย่างไร


รู้ว่าถ้ายนรกมีจริง

เราจะไปตกขุมไหน


แล้วถ้าทำชั่วพร้อมกันทั้งกาย

วาจา ใจ

มันจะเป็นบาปกรรมอย่างไร


ถ้านรกมีจริง

เราจะไปตกขุมไหน


ตรงกันข้าม


รู้ว่าการทำดีด้วยกาย

เป็นบุญกุศลอย่างไร


ถ้าสวรรค์ นิพพานมีจริง

เราจะไปอยู่ชั้นไหน


รู้ว่าการทำดีด้วยวาจา

เป็นบุญกุศลอย่างไร


ถ้าสวรรค์ นิพพานมีจริง

เราจะไปอยู่ชั้นไหน


รู้ว่าการทำดีด้วยใจ

เป็นบุญกุศลอย่างไร


ถ้าสวรรค์ นิพพานมีจริง

เราจะไปอยู่ชั้นไหน


แล้วถ้าทำดีพร้อมกันทั้งกาย

วาจา ใจ

มันเป็นบุญกุศลอย่างไร


ถ้าสวรรค์ นิพพานมีจริง

เราจะไปอยู่ชั้นไหน


เมื่ออารมณ์ของการเจริญสติ

มาถึงตรงนี้


มันจะเป็นความมหัศจรรย์ใหญ่หลวง


ที่มีอยู่ในใจของคนทุกคน

ไม่เว้นใคร


ถ้ายังไม่รู้ในวันนี้

วันหนึ่งใกล้จะหมดลมหายใจ

ก็ต้องรู้แน่นอน


คนที่เจริญสติ

เจริญปัญญา

ย่อมมีญาณรู้


คนที่ไม่เจริญสติ

ไม่เจริญปัญญา


แม้ใกล้จะหมดลมหายใจ

ก็เหมือนกัน

แต่ไม่รู้

เพราะไม่มีญาณ


รู้แจ้ง

เห็นจริง


รู้ด้วยญาณปัญญา

ของการเจริญสติจริง ๆ


เมื่อถึงที่สุด

ญาณย่อมมี


และเมื่อถึงที่สุด

ญาณย่อมปรากฏ


แต่เมื่อยังไม่ถึงที่สุด

ญาณก็ยังไม่ปรากฏ


พอญาณปรากฏขึ้น

ทุกอย่างจะขาดออกจากกัน


เหมือนถอนผมขึ้นมาดู

ก็เห็นรากของมันมีแค่นี้


ถ้าไม่มีราก

สิ่งนั้นก็ไม่มี


ร่างกายนี้ก็เหมือนกัน


กินข้าว กินอาหาร

เพื่อเลี้ยงร่างกาย


สิ่งนี้เป็นเพียงสภาพ

เป็นเพียงสภาวะ


เมื่อรู้จักตรงนี้แล้ว

จิตจะไม่ไวเหมือนก่อน


มันจะค่อย ๆ ช้าลง

ช้าลงที่สุด


แล้วจะรู้ขึ้นมาทันทีว่า

เออ มันไปไม่ได้


ถึงมันจะคิด

มันก็ไปไม่ได้


ถึงมันจะเป็นอะไร

มันก็ไปไม่ได้

เพราะมันไปช้า


ตรงนี้เอง

ญาณย่อมมี


เหมือนความรู้ที่ปรากฏขึ้นว่า


ชาติสิ้นแล้ว

ภพสิ้นแล้ว

พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว

กิจอื่นไม่มีต่อไปแล้ว


มันขาดแล้ว


ขาดจากกันแล้ว

ไม่ถึงกันแล้ว


ชาติสิ้นแล้ว

ก็ไม่มีชาติ

ภพสิ้นแล้ว

ก็ไม่มีภพ


การปฏิบัติธรรม

ก็มาจบที่ตรงนี้


กิจอื่นไม่มีแล้ว


ไม่ใช่ว่าไม่ต้องทำอะไร

แต่ทำก็ทำอันนี้


ทำอยู่กับความรู้ตัว

กับสิ่งที่กำลังเป็นจริง


ไม่ต้องไปทำไกลจากนี้


เรารู้จักนรกสวรรค์แล้ว

รู้จักบาปบุญ คุณโทษแล้ว

รู้จักผิดถูกแล้ว


ก็จบกันตรงนี้


กินข้าวได้

เดินดินได้

ไปไหนมาไหนได้

ทำงานได้

ซื้อขายได้


แต่ไม่มีทุกข์


คอยระวัง

อย่าให้วิปลาสเกิดขึ้น


ให้มีความรู้สึกตัวไว้


อย่าไปติดสุข

อย่าไปติดสิ่งใดที่เกิดขึ้น


สุขก็ไม่เอา

ทุกข์ก็ไม่เอา


กลับมาทวนอารมณ์บ่อย ๆ


ตั้งแต่อารมณ์ของรูปนาม

ขึ้นไปจนถึงอารมณ์ที่สุด


เป็นชั้น ๆ

เป็นตอน ๆ


ให้รู้จักว่าอารมณ์

มันเป็นขั้นเป็นตอน


ถ้าเจริญสติอย่างถูกต้อง


อย่างนานไม่เกิน ๓ ปี

อย่างกลาง ๑ ปี

อย่างเร็วที่สุด ๑ วัน ถึง ๙๐ วัน


อานิสงส์ไม่ต้องพูดถึง


ไม่ทุกข์จริง ๆ


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati