ทำดีแล้วดีใจ ก็ยังเป็นทุกข์ เลิกยึดทั้งบุญทั้งบาป เหลือสติปัญญา

 



บุญไม่ใช่ที่ยึด


บาปก็ไม่ใช่ที่ควรหลง


หลวงพ่อเทียนสอนให้เห็นตรง ๆ ว่า


พระอริยเจ้า พระอรหันต์


ท่านไม่ทำบาปไม่ทำบุญแบบที่ใจเราเคยยึด


ท่านเพียงรู้เท่าทัน


จิตของท่านนิ่งเฉยเป็นอุเบกขา


ทำอะไรลงไป ก็ทำเฉย ๆ


ไม่เอาบุญ ไม่เอาบาป


เมื่อใดที่เราทำแล้วดีใจ


แม้จะเป็นสิ่งดีงาม


ถ้าใจยังยินดีติดอยู่


นั่นก็ยังเป็นความมืด


มืดสีขาว


เป็นความมืดที่แต่งตัวด้วยความดี


ทำบุญแล้วสุขใจ


สร้างโบสถ์ สร้างกุฏิ สร้างวิหาร


รักษาศีลแล้วรู้สึกว่าตนดี


ถ้าใจยังจับอยู่


ยังเอาไว้เป็นของเรา


ก็ยังไม่พ้นความมืดนั้น


และเมื่อใดที่เราทำแล้วทุกข์


โกรธเมื่อถูกว่า


แสดงความโกรธออกมา


นั่นก็มืดสีดำ


มืดอย่างชัดเจน


แต่ไม่ว่ามืดสีขาวหรือมืดสีดำ


ถ้าใจยังติดอยู่


ก็ยังเป็นทุกข์ทั้งคู่


คนเราจึงเหมือนอยู่กับทุกข์ตลอดเวลา


กินด้วยทุกข์


ไปด้วยทุกข์


และหลงว่าทุกข์นั้นคือเรา


ถ้าปล่อยความทุกข์ออกไปไม่ได้


ใจเหมือนจะขาดตาย


เพราะลืมตัว


ไม่รู้สึกตัว


กิเลสจึงบังคับให้ทำไปตามนั้น


แต่ถ้าเลิกได้


จะเหลือแต่สติและปัญญา


ทางพ้นทุกข์ไม่ไกลจากตัวเราเลย


ทำได้ด้วยตัวของเราเอง


ใคร ๆ ก็ทำได้


เงินร้อยล้าน พันล้าน ซื้อไม่ได้


ความรู้สูงก็แทนกันไม่ได้


ต้องลงมือปฏิบัติจริง


ต้องหันมาอยู่กับความรู้สึกตัว


อย่างจริงจัง


ไม่ว่าชายหรือหญิง


ยากดีมีจน


จะเป็นชนชาติใด ภาษาใด


ถ้าปฏิบัติได้


ก็รู้เหมือนกันหมด


ความจริงนี้ไม่เลือกคน


แต่เลือกคนที่ลงมือ


เลือกคนที่กลับมาเห็นกาย เห็นใจ


เห็นการเคลื่อนไหวของตนเองตรง ๆ


แล้วจึงค่อย ๆ วาง


ค่อย ๆ คลาย


ค่อย ๆ เป็นอิสระจากบุญจากบาป


ไม่ใช่เพราะไม่เห็นคุณของความดี


แต่เพราะใจไม่ยึดแม้ในความดี


นั่นแหละ ทางที่สงบ


ทางที่พ้นทุกข์


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive