เห็นเหตุ จึงพ้นทุกข์
คำสอนของพระพุทธเจ้า
ชวนให้เรากลับมาดูตรงนี้
ดูรูปกาย
ดูกิเลส
ดูจิตใจส่วนลึก
ไม่ใช่มัวแต่วิ่งออกไปหา
สิ่งที่อยู่นอกเหตุ
สิ่งใดเกิดขึ้น
ย่อมมีเหตุของสิ่งนั้น
ความทุกข์ก็มีเหตุ
ความสุขก็มีเหตุ
ถ้าไม่แตะเหตุ
จะอ้อนวอนสักเท่าไร
ผลก็ไม่ตรงทาง
พุทธศาสนา
ไม่ต้องการให้เราเชื่อเพราะกลัว
แต่ต้องการให้เราเห็นด้วยตนเอง
ให้เห็นว่า
การบูชาไฟ
การปลุกเสก
การดูฤกษ์ยาม
การถือขลังศักดิ์สิทธิ์
ทั้งหมดนั้น
ไม่พาเราออกจากความหลง
หลวงพ่อชี้ให้เห็น
ให้เลิกยึดสิ่งที่ไม่มีเหตุผล
แล้วหันมาหาเหตุ
หาเหตุในกาย
หาเหตุในใจ
หาเหตุของทุกข์ที่กำลังเป็นอยู่
เมื่อรู้เหตุ
ก็ระงับเหตุ
เมื่ออยากพ้นทุกข์
ก็ไม่ต้องหนีไปไกล
เพียงรู้ตรงที่ทุกข์เกิด
เมื่ออยากมีความสุข
ก็ทำเหตุของความสุข
อย่างถูกต้อง
ความดีไม่ต้องรอฤกษ์
ความชั่วก็ไม่ต้องรอดาว
ทำดีเมื่อไร
ดีเมื่อนั้น
ทำชั่วเมื่อไร
ชั่วเมื่อนั้น
ชีวิตนี้จึงไม่ใช่เรื่องของโชค
ไม่ใช่เรื่องของการขอ
แต่เป็นเรื่องของการกระทำ
และการกระทำที่ถูกทาง
เริ่มจากความรู้สึกตัว
เริ่มจากเห็นความอยาก
เห็นความข่มเหง
เห็นการเบียดเบียน
เห็นการลักฉ้อ ล่อลวง
เห็นใจที่ยังอยากก้าวล่วงของผู้อื่น
ถ้ารู้ทันตรงนี้
ความสงบจะค่อย ๆ ปรากฏ
เมื่อใจไม่เบียดเบียน
ก็เบา
เมื่อไม่ยึดถือ
ก็พอ
เมื่อไม่หลงงมงาย
ก็เริ่มตื่น
สิ่งสำคัญที่สุด
คือการหันเข้ามาดูตนเอง
ดูว่าชีวิตนี้คืออะไร
เกิดมาทำไม
และอะไรคือสิ่งสูงสุดที่ควรทำให้แจ้ง
ถ้าเรายังปล่อยใจให้หลับ
คนตาบอดย่อมจูงคนตาบอด
ไปไม่พ้นความมืด
แต่ถ้ากลับมารู้ตัว
กล้าดูเหตุแห่งทุกข์
กล้าลดความเห็นแก่ตัว
กล้าสละสุขส่วนน้อยเพื่อสุขที่ยิ่งกว่า
ชีวิตย่อมค่อย ๆ สว่างขึ้น
ด้วยปัญญาของตนเอง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
