เห็นธรรม คือเห็นจิตใจของเราเอง นิพพาน คือความปกติที่สงบแล้ว


 นิมิตที่แท้ คือเครื่องหมายของจิต


ไม่ใช่สี ไม่ใช่แสง

ไม่ใช่ผี ไม่ใช่เทวดา


ถ้าใจไปเห็นอย่างนั้น

อาจยังไม่เห็นจิตของตัวเอง


เพราะจิตคิดเร็วมาก

เร็วเสียจนแวบเดียวก็หายไปแล้ว


นั่งอยู่นี่

ใจก็วิ่งไปกรุงเทพฯ ได้ทันที


คิดไปเมืองนอกก็ได้

คิดไปเรื่องเก่า เรื่องใหม่ ก็ได้


ความเร็วของจิตนี่แหละ

ที่ทำให้เราไม่ค่อยทันมัน


แต่ถ้าเรากลับมาเห็นตรงนี้

เห็นความคิดของตัวเองตามจริง

เห็นตอนมันจะโกรธ

เห็นตอนมันอยากได้

เห็นตอนมันจะเอาความสุข


เราจะเริ่มเข้าใจธรรม


ไม่ต้องไปกลัว

ไม่ต้องไปหาที่พิเศษ


อยู่ในงานก็รู้ได้

อยู่ในชีวิตก็รู้ได้

เพราะวิปัสสนาไม่เคยแยกจากจิตที่รู้ทัน


เมื่อโกรธจะเกิด

ก็รู้ว่าโกรธกำลังจะมา


เมื่ออยากจะสุข

ก็รู้ว่าเดี๋ยวสุข เดี๋ยวทุกข์


เมื่อเห็นอย่างนี้

เราจะไม่หลงไปเอาดีกับใคร

ไม่หลงไปเอาดีกับสิ่งใดเกินจริง


เห็นธรรม

ก็คือเห็นตัวเรานี่เอง


ไม่ใช่ไปตามหาสีแสง

ไม่ใช่ไปตามหาสิ่งลึกลับ


เห็นพระพุทธเจ้า

ก็เห็นความจริงในตัวเรา


พระพุทธเจ้าคือ

สะอาด

สว่าง

สงบ


สะอาด คือใจที่เป็นของมันอย่างนั้น

ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องย้อม


สว่าง คือรู้ทันความนึกความคิด

เห็นมันเกิดขึ้นตามจริง


สงบ คือจิตที่ไม่ไหลไปเป็นทุกข์

เมื่อโกรธกำลังจะขึ้นมา ก็รู้ว่า

ไม่ได้

ทุกข์แน่


พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เห็น

ทุกข์เกิดขึ้น

ทุกข์ตั้งอยู่

ทุกข์ดับไป


ให้เห็นตรงนี้

ไม่ต้องไปเห็นเรื่องแปลก


เพราะคนทุกคน

มีธรรมชาติอันนี้เหมือนกัน


ความปกติของใจ

นั่นแหละคือทาง


คำว่าปกติ

ท่านว่าเป็นนิพพาน


นิพพานคือความสงบ

และสุขอื่นนอกจากความสงบ

ไม่มี


ถ้าใจยังวิ่งไปหาสิ่งพิเศษ

ก็อาจยังไม่เข้าใจคำว่าสงบ


เพราะความสงบ

ไม่ใช่การไปบังคับใจให้เงียบ


แต่คือการเห็นใจตามจริง

แล้วไม่หลงตามมัน


ความสงบมีสองอย่าง


อย่างหนึ่ง สงบใต้โมหะ

อีกอย่าง สงบด้วยสติปัญญา


เราจึงค่อย ๆ กลับมา

รู้จิตใจของตนเอง

ในทุกก้าว

ในทุกการเคลื่อนไหว


เห็นตรงนี้

ใจจะค่อย ๆ เข้าใจธรรม

อย่างเรียบง่าย

อย่างแท้จริง


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive