ความทุกข์ ไม่ใช่ของคนอื่นให้เรา
แต่เราหยิบมาแบกเอง
เราสร้างเอง
เราทำเอง
ถ้าเราหยุด
มันก็แล้วไป
ถ้าเราไม่หยุด
ยิ่งทำต่อ
ก็ยิ่งทุกข์ต่อ
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องกลับมาดู
ดูที่ตัวเราเอง
ไม่ใช่รีบไปดูคนอื่น
เวลามาประชุมกัน
เวลาทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น
ใครจะพูดอย่างไร
เรารับฟังได้
แต่อย่าเอามาแบกไว้ในใจ
ถ้าเก็บทุกคำ
เก็บทุกเรื่อง
เก็บทุกความคิดของคนอื่น
ใจเราก็หนัก
หนักจนทนไม่ไหว
เหมือนมีแผลอยู่ที่หน้าแข้ง
ใบหญ้านิดเดียวก็ไปเกี่ยวตรงนั้น
ไม่ใช่เพราะใบหญ้าร้าย
แต่เพราะตรงนั้นมันเป็นแผล
ใจก็เหมือนกัน
ตรงไหนที่ยังเป็นแผล
ตรงนั้นแหละที่คำพูดของคนอื่นจะมากระทบ
จึงไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะไปแก้คนอื่น
หน้าที่ของเราคือแก้ตัวเรา
คอยดูตัวเรา
ตรงไหนไม่ดี
ให้รู้ตรงนั้น
ตรงไหนยังติด ยังไหว ยังเผลอ
ให้กลับมาดูให้เห็น
ถ้าเราดีแล้ว
ก็รู้ว่าเราดีแล้ว
เฉยได้
ไม่ต้องเอาคำคนอื่นมาให้ใจไหว
ถ้าเราชั่วแล้ว
ก็รู้ว่าต้องแก้ไข
เท่านั้นเอง
ไม่ต้องไปเถียงกับโลก
ไม่ต้องไปแบกโลกทั้งใบไว้ที่ใจ
เพราะการแบกนั้น
มันเหนื่อยเปล่า
มันทำให้ทุกข์ซ้ำ
เหมือนเสี้ยนหนามที่ปักอยู่
ถ้าไม่ยอมให้ถอน
มันก็เจ็บอยู่อย่างนั้น
บางทีคนเรากลัวเจ็บ
เลยไม่ยอมให้ใครช่วย
สุดท้ายก็ต้องเจ็บกับเสี้ยนเดิม
หนองก็ไม่หาย
แผลก็ไม่ปิด
แต่ถ้ารู้ตรงจุด
ยอมให้เอาออก
แม้มันจะสะดุ้งนิดหน่อย
สุดท้ายก็เบา
สุดท้ายก็หายเร็ว
การภาวนาก็เป็นอย่างนั้น
รู้ตรงแผลของตน
อย่าเอาเรื่องของคนอื่นมาเป็นภาระเพิ่ม
ให้กลับมาแก้ที่ตัวเรา
ดูที่ใจเรา
ฟังให้ได้
วางให้เป็น
แล้วความทุกข์จะค่อย ๆ คลายจากการแบก
เพราะใจที่รู้ตัว
ไม่จำเป็นต้องถือทุกอย่างเอาไว้
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
