ความคิดนั้นแหละ ที่พาเราเข้าไปทุกข์
มันปรุงมันแต่ง
ให้สุข ให้ทุกข์
ให้ดี ให้ชั่ว
แล้วมันก็พูดของมันอยู่ฝ่ายเดียว
จนเราไม่เห็นมัน
พอไม่เห็น
ใจก็เผลอเข้าไปอยู่ในความคิดนั้น
เข้าไปแล้ว
ก็เหมือนออกไม่เป็น
ทุกข์จึงไม่ใช่เรื่องไกล
มันเกิดตรงที่เราเผลอหลงตามความคิด
เหมือนคนเข้าไปในถ้ำ
พออยู่ข้างในก็เห็นแต่มืด
ไม่เห็นปากถ้ำ
ไม่เห็นทางออก
แต่เมื่อออกมาข้างนอก
จึงเห็นถ้ำ เห็นความมืด
เห็นว่าที่หลงอยู่นั้น
ไม่ใช่ของจริงแท้
ฉันใดก็ฉันนั้น
เมื่อความคิดเกิด
ถ้าเรารู้ทัน
ออกจากความคิดได้ทันที
ใจก็ไม่ต้องติดอยู่ข้างใน
ไม่ต้องใช้ตาดู
แต่ใช้สติใช้ปัญญาดูความคิด
ดูให้เห็นว่า
มันคิดอย่างไร
มันพาไปทางไหน
แล้วความคิดก็หยุดได้เอง
หลวงพ่อจึงสอนให้รู้จำ
รู้แล้วจำได้
แล้วค่อยรู้จักมันจริง ๆ
ไม่ใช่รู้จากการฟังอย่างเดียว
ไม่ใช่จำไว้เป็นชื่อเป็นถ้อยคำ
แต่รู้ตรงที่มันเกิด
รู้ตรงที่มันกำลังพาใจไป
ความจริงนี้
ผู้รู้ต้องเห็นเอง
ไม่เลือกกาลเวลา
ไม่เลือกยุคสมัย
มีพระพุทธเจ้า
ก็เป็นอย่างนี้
ไม่มีพระพุทธเจ้า
ก็เป็นอย่างนี้
เพราะคนเกิดมา
ก็คิดเหมือนกัน
พระ เณร ญาติโยม
คนไทย คนจีน
คนฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ
คนเขมร คนญวน คนลาว
ต่างก็มีความคิดเหมือนกัน
เรื่องความคิด
ไม่เคยผิดกันเลย
ธรรมะที่ทำให้เป็นพระพุทธเจ้า
มีอยู่ก่อนแล้ว
เพียงแต่คนไม่แสวงหา
ก็ไม่พบ
ไม่ใช่ปัญญาจากการเรียนให้จบ
ไม่ใช่ปัญญาจากคำท่องจำ
ถ้าไม่หันกลับมาดูความคิดตัวเอง
เรียนมากเท่าไร
ก็ยังทุกข์ได้เหมือนเดิม
ปัญญาที่แก้ทุกข์ได้
ไม่ต้องมาก
แค่พอความคิดเกิด
รู้ทันมัน
รู้จักมัน
รู้จักแก้มัน
รู้จักเอาชนะมันได้
เหมือนนักมวย
ขึ้นเวทีแล้วต้องรู้ทันคู่ต่อสู้
ชีวิตก็เหมือนกัน
เมื่อความคิดยกตัวขึ้นมา
เราไม่ต้องวิ่งหาคำตอบจากที่อื่น
แต่กลับมารู้ตรงนั้นทันที
ตรงที่ความคิดเกิด
ตรงนั้นแหละ
คือที่ให้เห็นธรรม
คือยอดของบุญแท้ ๆ
และคือยอดของความไม่มีทุกข์
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
