แก้ปัญหาได้เฉพาะปัจจุบันนี้ อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเฮ็ด มาเว้า มา คิด

 



ฝึกให้ตรง


ไม่ใช่ฝึกมะเลาะเปาะแปะ


แต่ฝึกให้เป็นโครงสร้างของชีวิต


เหมือนปลูกเรือน


ต้องฝังเสาให้ดี


ตีขางให้แน่น


วางนอตให้มั่น


ใจคนเราก็เช่นนั้น


ถ้าไม่ฝึกตั้งแต่แรก


ข้างในจะส่าย


จะซง


จะล้มลงง่าย


แล้วความมั่นคงก็ไม่มี


คนอื่นมองมา


ก็ไม่เห็นที่ดูที่ชม


เพราะเรายังไม่เป็นระเบียบในตัวเอง


คำสอนจึงพาให้กลับมาดู


ดูรูปกาย


ดูการพูด


ดูการคิด


อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเฮ็ด


อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเว้า


อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาคิด


ให้เป็นคนพูดน้อย


ทำมาก


รักการงาน


รักเวลา


รักหน้าที่


รักในที่นี้


คือคิดถึง


คิดถึงสิ่งที่ควรทำ


คิดถึงงาน


คิดถึงเวลาที่มาถึง


คิดถึงหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้า


สิ่งภายนอกเราทำมามากแล้ว


สร้างกฐิน


สร้างโบสถ์


สร้างศาลา


สร้างถนน


ให้ทาน


รักษาศีล


กินเจ


สิ่งดีเหล่านี้ดีอยู่แล้ว


แต่ยังแก้ปัญหาตัวเองไม่หมด


ถ้าใจยังกลัวผี


กลัวเทวดา


กลัวบาปกลัวบุญ


กลัวตกนรก


ใจยังไม่เห็นทางออกจริง


ทางออกอยู่ที่รู้จักตน


รู้จักความชั่วในกาย


รู้จักความชั่วในคำพูด


รู้จักความชั่วในใจ


ผีจึงไม่ใช่อื่นไกล


ผีคือคนทำชั่ว


พูดชั่ว


คิดชั่ว


ใจที่เป็นผี


ใจที่เป็นเปรต


ใจที่เป็นมาร


ตาเปล่าไม่เห็น


มือเปล่าจับไม่ถูก


ต้องเห็นด้วยความรู้สึกตัว


ด้วยตาทิพย์ในความหมายที่รู้ตรง


รู้ว่าอะไรเป็นอะไร


พระก็เช่นกัน


ถ้าทำชั่ว


พูดชั่ว


คิดชั่ว


ก็อย่าเรียกว่าอย่างอื่นเลย


ให้รู้ตรง ๆ ว่าใจนั้นยังไม่สะอาด


แต่ถ้าทำดี


พูดดี


คิดดี


นั่นแหละคือพระทำ


พระทำงาน


พระทำการ


พระพูด


พระคิด


เป็นพระธรรมที่มีชีวิต


พระสงฆ์โดยสมมติเป็นแบบแผนภายนอก


แต่พระแท้ ๆ อยู่ในใจของทุกคน


อยู่ที่เราจะฝึกให้ถึงหรือไม่


เมื่อใจดีขึ้น


คนก็อยากเข้าใกล้


อยากพบ


อยากเห็น


แต่ถ้าใจยังขุ่น


คนก็เบื่อ


ก็ไม่อยากเว้าด้วย


จึงต้องสำนึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า


คุณของพระธรรม


คุณของพระสงฆ์


เอาพระพุทธเจ้าไว้กับตัว


เอาพระธรรมไว้กับตัว


เอาพระสงฆ์ไว้กับตัว


เอาอดีต อนาคต ปัจจุบัน


มาอยู่ในความรู้สึกตัวให้หมด


แต่อย่ายึดอดีตให้มาก


เมื่อมันผ่านไปแล้ว


ก็แก้ไม่ได้


อย่าฝันไกลอนาคตจนลืมปัจจุบัน


เพราะแก้ได้เฉพาะปัจจุบันนี้เท่านั้น


ถ้าเห็นว่าไม่ดี


ก็เลิกเสียเดี๋ยวนี้


เห็นว่าผิด


ก็กลับเสียเดี๋ยวนี้


นี่แหละทางของการปฏิบัติ


เมื่อทุกคนมีศีลและทิฏฐิเสมอกัน


เดินไปทางเดียวกัน


ใจก็งามขึ้น


งานก็เดิน


ธรรมก็เดิน


ความพร้อมเพรียงนั่นแหละ


เป็นโชค เป็นลาภอันยิ่ง


เป็นความสวยงามของหมู่คณะ


เป็นแรงหนุนให้ธรรมก้าวหน้า


เช้ามา


อย่าส่งเสียงมาก


ค่อย ๆ ลุก


ค่อย ๆ ตั้งจังหวะ


ง่วงก็รู้ว่าง่วง


แล้วล้างหน้า


ออกมาเดินจงกรม


เวลามาถึง


ก็พร้อมกัน


เหมือนมดเหมือนปลวกที่ช่วยกัน


กัดทางขวางออกไป


ไม่มีใครคนหนึ่งเป็นใหญ่


มีแต่ความพร้อมเพรียง


มีแต่การช่วยกันทำ


ช่วยกันแก้


ช่วยกันเดิน


ค่ำมาก็เช่นกัน


อาบน้ำแล้ว


นั่งสร้างจังหวะ


เดินจงกรม


ถึงเวลาทำวัตรก็พร้อมกัน


ฟังคำแนะนำ


จำไว้


แล้วนำไปปฏิบัติ


ให้โครงสร้างภายนอกเป็นระเบียบ


เพื่อให้ข้างในได้ตั้งมั่น


แล้วความรู้สึกตัวจะค่อย ๆ เติบโต


จนกลายเป็นทางตรงของชีวิต


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive