อย่าเพิ่งด่วนเชื่อ
อย่าเพิ่งด่วนปฏิเสธ
ให้หันกลับมาดูตัวเองก่อน
คำสอนเรื่องกิเลส
ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ไม่ใช่เรื่องของคนอื่น
ไม่ใช่เรื่องของเมื่อวาน
ไม่ใช่เรื่องของที่ไหนสักแห่ง
มันอยู่ในใจเรา
อยู่ในความชอบ
อยู่ในความไม่ชอบ
อยู่ในความเผลอ
อยู่ในความหลงคิด
คนเรามักเผลอไปศึกษาวิธีเพิ่มกิเลส
มากกว่าศึกษาวิธีดับกิเลส
ยิ่งอยากได้
ยิ่งอยากเป็น
ยิ่งอยากเห็น
ใจยิ่งถูกลากไปไกล
แต่ถ้ารู้ทัน
ถ้าเห็นตามจริง
กิเลสก็เริ่มอ่อนแรง
หลวงพ่อเทียนสอนให้ละชั่ว
ทางกาย
ทางวาจา
ทางใจ
แล้วให้สร้างความดี
คือสร้างความเห็นถูก
เมื่อเห็นถูก
ทางเดินก็ถูก
และเมื่อเดินถูก
ก็ไปถึงจุดหมายได้
ธรรมของพระพุทธเจ้า
ไม่ใช่เรื่องพิธี
ไม่ใช่เรื่องสถานที่
ไม่ใช่เรื่องเครื่องหมายภายนอก
แต่เป็นเรื่องการละโลภ
ละโกรธ
ละหลง
ถ้ายังละสามอย่างนี้ไม่ได้
ต่อให้รู้มาก
ต่อให้ทำมาก
ใจก็ยังไม่พ้น
วิปัสสนา
จึงไม่ใช่เพียงการนั่งหลับตา
ไม่ใช่เพียงเข้าไปในป่า
ไม่ใช่เพียงอยู่ในถ้ำ
ไม่ใช่เพียงทำตามแบบที่คุ้นเคย
แต่คือการศึกษาธรรมชาติ
ที่มีอยู่ตรงกายตรงใจนี้เอง
กายนี้
ใจนี้
คือที่ให้เราเห็นความจริง
เมื่อใจคิด
ให้รู้ทันว่าใจคิด
เมื่อชอบ
ให้รู้ทันว่าชอบ
เมื่อไม่ชอบ
ให้รู้ทันว่าไม่ชอบ
เมื่อเผลอ
ให้รู้ทันว่าเผลอ
อย่าให้กิเลส
แอบเข้ามาเป็นนาย
เพราะใจที่ปล่อยให้โลภ
จะถูกลากไปด้วยความอยาก
ใจที่ปล่อยให้โกรธ
จะถูกเผาด้วยความขัดเคือง
ใจที่ปล่อยให้หลง
จะมืดอยู่ในความไม่รู้
ถ้ารู้ทันบ่อย ๆ
ใจจะค่อย ๆ ชำนาญ
ไม่ต้องรีบ
ไม่ต้องฝืน
แต่ทำอยู่เสมอ
คำภาวนาก็เช่นกัน
ไม่ใช่ของขลัง
ถ้าไม่ปฏิบัติ
ก็เป็นเพียงถ้อยคำ
แต่ถ้าน้อมเอามาดูใจ
ก็เป็นทางให้กลับมารู้ตัว
นอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
คือการน้อมใจไปหาความจริง
เป็นผู้ไกลจากกิเลส
คือผู้ไม่ตกไปตามความโกรธ
ความอยาก
ความหลง
ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
คือการรู้ตรงจากการปฏิบัติ
ไม่ใช่รู้เอาแต่คำ
ดังนั้น
ทุกลมหายใจเข้า
ทุกลมหายใจออก
คือโอกาสของการเห็นธรรม
ถ้ารู้ตัว
ก็อยู่กับธรรมได้
ถ้าเผลอ
ก็กลับมารู้ใหม่ได้
ทำอย่างง่าย ๆ
ทำอย่างตรง ๆ
ทำอย่างสม่ำเสมอ
เท่านี้
ใจก็เริ่มเห็นทาง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
