ตั้งสติ แล้วดูใจ
เมื่อรู้รูปนาม
รู้ อารมณ์ของรูปนามได้พอสมบูรณ์
แต่ใจยังไม่เห็นทั้งหมด
ยังไม่รู้วิปัสสนู
ยังไม่รู้จินตญาณ
ยังไม่รู้วิปลาส
จนเมื่อหันกลับมาดูใจ
รู้เท่า
รู้ทัน
รู้กัน
รู้แก้
จิตใจก็เปลี่ยนไป
เปลี่ยนแล้วจึงเห็น
จึงรู้คุณค่าของพระอริยบุคคลขั้นต้น
จึงรู้วิปัสสนู
ส่วนจินตญาณ
ส่วนวิปลาส
ยังไม่รู้ในเวลานั้น
ต้องมารู้ทีหลัง
มรรค คือข้อปฏิบัติ
เพื่อให้ถึงความดับทุกข์
เมื่อรู้ทุกข์
รู้สมุทัย
รู้นิโรธ
รู้มรรค
ก็รู้ในความเป็นอริยสัจจ์ ๔
อย่างแท้จริง
ทุกข์ที่เราพบ
เริ่มจากตัวนึกตัวคิด
เรามักรู้จักมันก่อน
แค่ชั้นเปลือก
แล้วตัวนึกตัวคิดนั่นเอง
ก็คือสมุทัย
มรรค
คือเอาสติมาดูความคิดนั้น
ดูอยู่อย่างนี้
ใจค่อยพ้นไป
พ้นไปจากทุกข์
ทุกข์ดับ
เรียกว่านิโรธ
นิโรธต้องทำให้แจ้ง
เมื่อพ้นไป
ก็แจ้ง
รู้แจ้ง
รู้จริง
ก็เป็นนิโรธ
ถ้าสงสัยว่าจะปฏิบัติอย่างไร
ก็ตั้งสติขึ้นมา
แล้วดูความคิดนั้น
นี่แหละมรรค
ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
รู้ต้นตอของมัน
แล้วค่อยรู้เป็นพัก ๆ
เป็นขั้น ๆ
เป็นตอน ๆ
ธรรมะจึงไม่ไกล
อยู่ที่การกลับมาดู
ดูให้ทัน
ดูให้ตรง
ดูให้รู้จริง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
