สืบศาสนาด้วยการรู้ตนเอง ปฏิบัติเอาเอง ไม่รู้ตัวเอง ต่อให้บวชร้อยพรรษา ก็เป็นหมัน

 

ศาสนา ไม่ได้ฝากไว้ที่ใครคนเดียว


แต่ฝากไว้ที่เราทุกคน


เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว

พระองค์ไม่ทรงตั้งใครไว้เป็นเจ้าของความรู้ความเข้าใจนี้


กลับฝากไว้กับพุทธบริษัททั้ง ๔


ภิกษุ ภิกษุณี

อุบาสก อุบาสิกา


ให้ช่วยกันสืบต่อ

ด้วยการศึกษา

ด้วยการปฏิบัติ

ด้วยการรู้ตรงในชีวิตของตนเอง


เพราะถ้าไม่มีคนรู้

ไม่มีคนทำ

ไม่มีคนเดินตามทาง


ศาสนาก็ค่อย ๆ ห่างไปจากใจคน

ความมืดก็เข้ามาแทนที่


มืดจนไม่รู้หน้าที่ของพ่อ

ไม่รู้หน้าที่ของแม่

ไม่รู้หน้าที่ของลูก


มืดจนคนอยู่ใกล้กัน

กลับไม่รู้จักกัน


ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน


เกิดมาแล้ว

ถ้าไม่เคยหันกลับมาดูตัวเอง

ไม่เคยศึกษาตนเอง

ไม่เคยเข้าใจว่ามาเพื่ออะไร


แม้จะมีอายุยืนยาวเพียงใด

ก็ยังเหมือนชีวิตที่ไม่งอกงาม


เหมือนเมล็ดข้าวที่มีพร้อม

แต่ไม่ได้ลงดินในที่เหมาะสม


ไม่ออกผล

ไม่เติบโต

หรือถูกไฟเผาเสียก่อน


จึงไม่ใช่อยู่ที่มีเวลาเท่าไร

แต่อยู่ที่ทำถูกหรือไม่


ถ้าทำไม่ถูก

ก็เสียเวลา

ก็ขาดทุน

ก็ผ่านชีวิตไปเปล่า ๆ


แต่ถ้ารู้ตัว

แม้เพียงวันเดียว

ก็มีค่ามาก


เพราะวันหนึ่งนั้น

อาจเกิดสติ

เกิดสมาธิ

เกิดปัญญา


เกิดความเข้าใจ

เกิดความซาบซึ้ง

เกิดการเห็นตนเองจริง ๆ


นั่นแหละคือการเกิดที่มีความหมาย


ไม่ใช่รอให้ใครมาทำให้

ไม่ใช่รอให้ใครมาแทนเรา


เพราะหน้าที่นี้

ต้องศึกษาเอง

ต้องปฏิบัติเอง

ต้องรู้เอง


แม้เป็นพระ

ถ้ายังไม่รู้ชีวิตนี้ตามความเป็นจริง

ถ้ายังไม่เข้าใจว่ากำลังดำเนินอยู่ในกองทุกข์อย่างไร

การบวชก็ยังไม่ถึงแก่น


แต่ถ้าอยู่กับโลก

แล้วยังไม่หลงโลก

อยู่กับสุขทุกข์

แต่ไม่ติดสุขไม่ติดทุกข์


นั่นคือทางของการบวชที่แท้


แม้เพียงวันเดียว

ถ้าเกิดความรู้ขึ้นในใจ

ก็ยังดีกว่าการอยู่ไปนาน ๆ โดยไม่รู้ตัว


เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่การอยู่ได้นาน

แต่คือการตื่นขึ้นมาให้ทันชีวิตของตน


ให้กลับมารู้

ให้กลับมาเห็น

ให้กลับมาเข้าใจ


แล้วศาสนาจะไม่ไกลจากเรา

เพราะเราจะเป็นผู้สืบต่อมันด้วยชีวิตจริงของเราเอง


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive