สลักธรรมไว้ในใจคน

 








สลักธรรมไว้ในใจคน

แม้นสลักหลักธรรมบนแผ่นผา
หลอมศรัทธาจารึกผนึกไว้
ลงแผ่นทองผ่องพรรณอันอำไพ
เหล็กกล้าใดก็มิพ้นสนิมกาล

แม้นตั้งเด่นเป็นสง่ากลางหล้าใหญ่
อาญาใดคุ้มครองทุกห้องสถาน
ย่อมผุกร่อนคลอนคล้อยร้อยร้าวราน
เหลือเพียงลานรกร้างเมื่อร้างคน

แต่ดวงใจไหวอ่อนอันน้อยนิด
กลับอุทิศชีวิตให้เกิดผล
แม้เนื้อหนังผุพังยังเวียนวน
ธรรมในตนกลับงอกงามข้ามเวลา

มิใช่เพียงจำถ้อยแล้วคอยกล่าว
หากทุกคราวรู้ทันที่หวั่นผวา
เห็นความคิดผิดพลั้งที่บังตา
เกิดปัญญาปลดเปลื้องซึ่งเครื่องพัน

มหาสติผลิบานผ่านการเห็น
รู้ร้อนเย็นเช่นจริงทุกสิ่งสรรพ์
เมื่อความหลงตรงหน้าสิ้นค่าพลัน
ธรรมจึงสั่นชีพตื่นขึ้นกลางใจ

ดุจเทียนน้อยค่อยต่อจากมือตน
สู่มือคนอีกคนจนสว่างไสว
ต่างดวงหน้าต่างทางอย่างเป็นไป
แต่เปลวไฟร่วมส่องให้มองทาง

จากหนึ่งดวงสู่หมื่นดวงล่วงแสน
ข้ามเขตแดนแผ่แสงทุกแห่งหน
แม้ลมแรงแฝงฝนกระหน่ำปน
ยังมีคนประคองไฟด้วยใจงาม

แม้ดินไหวสายน้ำเข้าท่วมท้น
ผู้คนพ้นพบภัยในทุกยาม
แสงที่ดับกลับจุดต่อก่องอร่าม
เมื่อมือข้ามความกลัวมาช่วยกัน

ธรรมจึงอยู่มิใช่ด้วยหินแกร่ง
หากด้วยแรงรู้ตื่นที่สืบสรรค์
แม้ชีวิตปลิดปลิวทีละวัน
ความรู้นั้นยังส่งถึงอีกดวงใจ

ให้สายธารแห่งธรรมฉ่ำชีวิต
ค่อยรินรดดวงจิตที่หม่นไหม้
คนโรยราธรรมยังผลิครั้งใหม่
สลักไว้ในคน—จนพ้นกาล