ชีวิตนี้ต้องมาดูที่ตัวเรา
ไม่ใช่ไปหาธรรมะที่อื่นไกล
ให้กลับมาศึกษาเนื้อ-ตัวของเราเองนี่แหละ
ดูการเคลื่อนไหวของกาย
ดูใจที่คิดนึกอยู่จริง
หัดตั้งสติให้เป็น
หัดรู้ตัวให้เป็นประจำ
ยืน เดิน นั่ง นอน
ไม่ใช่เพียงพูดได้
แต่ต้องรู้ได้จริง
รู้ตรงที่กำลังเป็นอยู่
รู้ในอิริยาบถทั้ง ๔
รู้กายเคลื่อนไหว
รู้ใจปรุงแต่ง
รู้ด้วยความสดใหม่
รู้ด้วยความไม่เผลอ
หลวงพ่อชี้ให้เห็นว่า
ท่านสอนให้เราเป็นผู้รู้
เป็นผู้ตื่น
ไม่ใช่สอนให้หลับตาแล้วไม่เห็นอะไร
ไม่ใช่ปล่อยให้ใจว่างเปล่าโดยไม่รู้ตัว
ถ้าไม่รู้วิธีทำ
ก็เหมือนมีของดีอยู่ต่อหน้า
แต่กลับไม่ยอมรับ
เหมือนคนไปกินของที่ไม่ควรกิน
ทั้งที่เราควรกินของที่เป็นของจริง
ของจริงคือสติ
ของแท้คือความรู้สึกตัว
กินแล้วไม่เป็นพิษเป็นภัย
ยิ่งเจริญมากเท่าไร
ก็ยิ่งไล่ความไม่รู้ออกไปได้มากเท่านั้น
ความรู้และปัญญาจะค่อย ๆ ขึ้นมาแทนที่
อายุจะมากเท่าไร
วันเวลาก็เดินไปทุกที
ถ้ายังไม่เคยรู้ใจตนเอง
ยังไม่รู้ว่าจิตคิดอะไร
ก็ยังเหมือนเดินอยู่โดยไม่เห็นทาง
บางคนสนใจแต่ความสนุก
สนใจแต่พิธีกรรม
สนใจแต่การทำบุญภายนอก
สิ่งเหล่านั้นก็ดี
แต่ยังไม่พอให้พ้นความสงสัย
ถ้าความสงสัยยังไม่หมด
ใจก็ยังไม่สงบจริง
วิจิกิจฉาคือความลังเลสงสัย
สงสัยในชีวิตตนเอง
ไม่รู้ตรงนี้
ก็ยังไม่ถึงความหายสงสัย
พระโสดาบันท่านหายสงสัยแล้ว
ท่านเห็นแล้วในสิ่งที่ต้องเห็น
สักกายทิฏฐิ คือความยึดว่าเป็นเรา เป็นของเรา
กูดี กูเด่น กูเก่ง กูรู้
กูบวชนาน กูเคยเข้าวัด
กูเคยถือศีล กูเคยทำกรรมฐาน
ถ้ายังมีการยึดแบบนี้
ใจก็ยังหนักอยู่
ยังไม่ได้รู้จริงในตัวเอง
สีลัพพตปรามาส ก็เหมือนการถือเอาเพียงแบบแผน
ถือเคร่งจนลืมความรู้ตัว
ลืมความจริงของใจ
ธรรมไม่ใช่เพียงรูปแบบ
แต่คือการรู้ตรงในกายและใจ
เมื่อโกรธขึ้นมา
ใจก็ตกต่ำได้ทันที
เมื่อเผลอทำ พูด คิด โดยไม่ละอาย
ใจก็เหมือนสัตว์เดรัจฉาน
ทำตามอารมณ์ไปเลย
ไม่รู้ผิดไม่รู้ชอบ
คนเราจึงต้องดูใจของตน
เพราะในใจนี้มีทั้งดีและเลว
มีทั้งฟุ้งและสงบ
มีทั้งรู้และไม่รู้
ถ้าไม่ศึกษาตรงนี้
ก็จะไม่รู้ทุกข์ของตัวเอง
และสุดท้ายก็แก้ตัวเองไม่เป็น
ขอให้กลับมาเรียนรู้ตรงนี้
หัดเจริญสติ
หัดรู้เนื้อรู้ตัว
หัดเห็นจิตใจของตนเองตามจริง
แล้วเราจะค่อย ๆ รู้จักของดี
ของดีที่เคยลืมไปนาน
คือความรู้สึกตัว
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
