รู้สึกตัวเมื่อทำ พูด คิด ไม่หลงตน ไม่ลืมใจ โมหะย่อมไม่เกิด

 

ธรรมะ คือการรู้ตัว


เมื่อใจไม่ตั้งใจฟัง

ก็ย่อมจำไม่ได้


เมื่อฟังด้วยความตั้งใจ

สิ่งที่ได้ยินก็จะตกลงในใจ

อย่างเงียบๆ


วันหนึ่งที่เราได้มาพบกัน

ย่อมเป็นโอกาสเหมาะ

สำหรับเตือนจิต

สะกิดใจตนเอง


คนเราที่นับถือพุทธ

ก็มักเข้าใจไม่เหมือนกัน


เพราะแต่ละคนมีความเห็น

มีความคุ้นเคย

มีทางที่เคยเดินมาไม่เหมือนกัน


แรกเริ่มเราอาจเข้าใจตามประเพณี

ตามที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์

ปู่ย่าตายายทำสืบกันมา


เหมือนของที่คว่ำอยู่

ยังไม่เห็นด้านที่ถูกต้อง


เหมือนเกลียวที่อัดแน่น

ยังไม่คลายออก


แต่เมื่อหันกลับมาดูตัวเอง

แล้วทำความเข้าใจกับตัวเองให้ถูก

สิ่งที่คว่ำก็หงายขึ้น


สิ่งที่แน่นก็คลายออก


ตรงนั้นแหละ

ใจเริ่มเห็นพุทธศาสนา

ในความหมายของตนเอง


ศาสนา

ไม่ใช่สิ่งไกลตัว

ไม่ใช่ของคนอื่น

ไม่ใช่ของชาติชั้นใดชั้นหนึ่ง


ศาสนาคือคำสอน

ที่ให้เรารู้สึกตัว


รู้สึกตัวขณะกำลังทำ

กำลังพูด

กำลังคิด


เมื่อรู้จักตัวเอง

สัมผัสตัวเอง

อยู่กับตัวเองตรงๆ


ใจก็เหมือนกลับมาหงายหน้า

กลับมาพบความจริง


พระพุทธเจ้าสอนเรื่องดี

ให้ทำดี

พูดดี

คิดดี


และสอนให้ตั้งใจในการทำงาน

ในการพูด

ในการคิด


แต่ลึกกว่านั้น

คือสอนให้ดูจิตดูใจ

ที่กำลังนึก

กำลังคิด

กำลังเคลื่อนไหว


ให้รู้เท่า

รู้ทัน

รู้จักมัน

แล้วรู้จักแก้


รู้จักเอาชนะมันได้


เพราะเมื่อไม่หลงตน

ไม่ลืมตัว

ไม่หลงกาย

ไม่ลืมใจ


โทสะ

โมหะ

โลภะ

ก็เกิดขึ้นไม่ได้


นี่คือการเดินตามคำสอน

อย่างตรงไปตรงมา


ทุกขณะ

ทุกเวลา

ในการทำ

ในการพูด

ในการคิด


ถ้าไม่รู้สึกตัว

ถ้าหลงกาย

ลืมใจ


โทสะ

โมหะ

โลภะ

ก็เข้ามาได้ง่าย


ดังนั้น

พุทธศาสนา

จึงมีความหมายลึก

อยู่ที่การดูการเคลื่อนไหวของใจ


เพื่อไม่ให้หลง


เพื่อให้รู้ตรง

อยู่กับความจริง

ในขณะนี้


เมื่อรู้สึกตัวได้

ความหลงก็เบาบางลง


เมื่อไม่หลง

ใจก็ไม่ถูกพาไปไกล


ตรงนี้เอง

คือทางปฏิบัติ

ที่เรียบง่าย

แต่ลึกมาก


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati