เห็นจิตตรงนี้ คือเห็นแจ้ง ชีวิตที่ไม่ถูกปรุงแต่ง ย่อมไม่ทุกข์

 

ชีวิตจริง ๆ นั้น

ไม่ใช่ของหนักอย่างที่ใจคิด


หลวงพ่อเทียนเปรียบไว้ให้เห็นง่าย ๆ


เหมือนดวงอาทิตย์

เหมือนดวงจันทร์

เหมือนดวงดาว


แท้จริงเขาสว่างอยู่แล้ว


ที่ดูเหมือนไม่สว่าง

เพราะมีเมฆมาบัง


หรือเหมือนน้ำในนา

ตอนถูกกวนให้ขุ่น

ตะกอนก็ฟุ้งขึ้นมา

น้ำจึงไม่ใส


แต่ความใสนั้น

ไม่ได้หายไปไหน


มันเพียงถูกกวน

ถูกบัง

ถูกปิดไว้ชั่วคราว


ชีวิตจิตใจของเราก็เช่นนั้น


ความจริงของจิต

ไม่ใช่สิ่งสกปรก

ไม่ใช่สิ่งที่ต้องคอยเติมให้สะอาด


แต่เป็นเพราะอวิชชา

คือความไม่รู้

มาบังอยู่


มาทำให้เราไม่เห็น

จิตใจของเราอย่างที่มันเป็นจริง


ความสงบจึงไม่ใช่แค่นั่งนิ่ง

ไม่ใช่เพียงกดใจให้เงียบ


แต่คือการเห็นตามจริง


เห็นจิตในขณะนั้น

เห็นใจในขณะนั้น

เห็นความปรากฏของมันตรง ๆ


เมื่อเห็นแล้ว

ก็เหมือนต่างจากของเก่าล่วงไป


ไม่ใช่คนเดิมที่หลงอยู่ในความมืด

ไม่ใช่ใจเดิมที่ถูกมายาพาไป


สิ่งที่เคยกลัว

สิ่งที่เคยอยากได้

สวรรค์

นิพพาน

หรืออะไรที่ใจยึดเอาไว้


ถ้ายังมองไม่ตรง

มันก็เป็นมายาของจิต

เป็นความลวงของอวิชชา


เพราะอวิชชา

คือไม่รู้จิตของตนเอง

ในขณะที่มันกำลังปรากฏ


แต่ถ้าเห็นแจ้ง

เห็นจริงตามที่มีอยู่


นั่นคือวิชชา


คือรู้ตรง

รู้ในขณะจิตนั้น

ไม่เติมไม่แต่ง


เมื่อผู้ใดเห็นธรรม

ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า


และเมื่อเห็นพระพุทธเจ้า

ก็เห็นธรรม


คือเห็นชีวิตที่ไม่ถูกปรุงแต่ง


เห็นอย่างนั้นแล้ว

ชีวิตก็ไม่ต้องแบกทุกข์ไว้ตลอด


จึงขอให้เราทุกคน

ตั้งใจเจริญสติให้มาก


ค่อย ๆ เห็น

ค่อย ๆ รู้

ค่อย ๆ เข้าใจจิตใจของตนเอง


ไม่รีบ

ไม่ฝืน

แต่รู้ตรงตามจริง


เพราะธรรมะไม่ได้อยู่ไกล

ธรรมะอยู่ตรงที่เรารู้ตัวได้


อยู่ตรงที่ใจไม่หลง

และเห็นสิ่งที่กำลังเป็นอยู่


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati