บางทีความมืด
ไม่ได้อยู่ที่ตา
แต่อยู่ที่ใจ
หลวงพ่อเทียนชี้ให้เห็นว่า
คนที่ไม่เห็นธรรม
ไม่เข้าใจธรรม
แม้จะบวชมานาน
แม้จะท่องจำมาก
ก็ยังเหมือนอยู่ในความมืดบอด
คำว่าเป็นปาราชิก
ในความหมายลึก
จึงไม่ใช่เรื่องตัวหนังสือเท่านั้น
แต่คือใจที่ยังไม่รู้จริง
ใจที่ยังถูกโมหะครอบไว้
ต่อให้หนีคนพาลภายนอกได้
ต่อให้ห่างจากคนเกเรได้
แต่คนพาลภายในใจ
เราหนีไปไหนไม่ได้
ความหลง
ความโกรธ
ความโลภ
สิ่งเหล่านี้แหละ
คือความสกปรกของใจ
และบัณฑิต
ก็ไม่ใช่เพียงคนเรียนมาก
ไม่ใช่เพียงคนพูดเก่ง
แต่คือผู้ทำลายโมหะได้
ผู้ที่เห็นแจ้งด้วยสติปัญญา
เห็นตรงจากจิตจากใจจริง ๆ
นั่นแหละจึงชื่อว่า
เดินในทางของการภาวนาอย่างแท้จริง
การสวด
การอ่าน
การจำ
ถ้าใจยังไม่รู้ตามจริง
ก็ยังเป็นเพียงเสียง
แต่เมื่อรู้ตัว
เมื่อเห็นการเกิดดับของใจ
เมื่อพิจารณาตรง ๆ
ธรรมะจึงค่อยเปิดเผยตัว
หลวงพ่อเทียนไม่ได้ชวนให้เราหลงอยู่กับคำ
แต่ชวนให้เรากลับมาดูใจ
ดูให้เห็นโมหะ
ดูให้เห็นความมืด
ดูให้เห็นการดิ้นของโลภะและโทสะ
แล้วค่อย ๆ รู้
ค่อย ๆ วาง
ค่อย ๆ ตื่น
ธรรมะไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกล
ธรรมะอยู่ตรงที่เรารู้จริง
อยู่ตรงความรู้สึกตัวนี้
อยู่ตรงการเห็นใจของตนเอง
เมื่อใจเริ่มเห็น
ความมืดก็เริ่มคลาย
เมื่อใจไม่หลง
ธรรมะก็เริ่มปรากฏ
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
