“เรื่องจิตใจสำคัญมาก เพราะจิตใจไม่เป็นตน-ไม่เป็นตัว” “เจริญสติให้สมบูรณ์ โทสะ-โมหะ-โลภะก็ไหลหนีเอง”

 



จงรู้จิตของตน


เพราะเรื่องจิตเรื่องใจ

เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง


จิตใจไม่เป็นตน

ไม่เป็นตัว

มองไม่เห็นด้วยตา

จับต้องไม่ได้ด้วยมือ


ถ้าไม่มีญาณปัญญา

ก็เหมือนมองไม่เห็นอะไรเลย


แต่เมื่อมีสติ

คอยดูจิต ดูใจตนเองอยู่เสมอ

ความไม่ลืมตัวก็เกิดขึ้น


ความตื่นตัวก็เกิดขึ้น

ความรู้เท่าทันก็เกิดขึ้น


สิ่งนี้ไม่เลือกวัย

ไม่เลือกเพศ

ไม่เลือกชาติ

ไม่เลือกยุคสมัย


ผู้ใหญ่หรือเด็ก

หญิงหรือชาย

ถ้าเจริญสติได้สมบูรณ์

ก็เห็นได้ รู้ได้ เข้าใจได้

เช่นเดียวกัน


ธรรมชาติแห่งพุทธะ

มีอยู่ในคนทุกคนแล้ว


เหมือนเมล็ดข้าวเปลือก

หรือผลไม้แต่ละผล


เมื่อได้ดินที่ชุ่มเย็น

เมื่อมีเหตุปัจจัยพอเหมาะ

ก็ย่อมงอกงาม

ออกดอก ออกผลได้


ช้าหรือเร็ว

ไม่เท่ากันตามเหตุปัจจัย

แต่ไม่มีใครนอกทางธรรมชาติอันนี้


อีกเรื่องหนึ่ง

ที่ต้องเข้าใจให้ตรง

คือความสงบ


ความสงบมีสองแบบ


แบบหนึ่ง

สงบเพราะไม่รู้

สงบอยู่ใต้ความหลง

นิ่งอยู่

แต่ไม่แจ่มแจ้ง


อีกแบบหนึ่ง

สงบแบบรู้แจ้ง

รู้จริง เห็นจริง


สงบแบบนี้

ไม่จำเป็นต้องนั่งนิ่งอย่างเดียว

ทำงานได้

เคลื่อนไหวได้

ดำเนินชีวิตได้ทุกอย่าง


เพียงไม่ลืม

ให้ดูการเคลื่อนไหวของกาย

ให้ตื่นตัวอยู่เสมอ


และให้ดูการเคลื่อนไหวของจิตใจ

เฝ้าตามรู้ ตามเห็น

การทำงานของใจ


คิดขึ้นมาปุ๊บ

ให้รู้ปั๊บ


รู้เท่า รู้ทัน

รู้กัน รู้แก้


เมื่อทำต่อเนื่องจนสมบูรณ์

ญาณปัญญาจะเกิดขึ้น


จะเห็น

จะรู้

จะเข้าใจ

อาการของโทสะ

อาการของโมหะ

อาการของโลภะ


รวมถึงเวทนา

สัญญา

สังขาร

และวิญญาณ


ตรงนั้นเอง

อวิชชาจะค่อยหายไป

ปัญญาจะค่อยเกิดขึ้น


ความโง่หาย

ความฉลาดเกิด


ความหนักอกหนักใจหาย

ความเบาอกเบาใจมาแทน


ความมืดอกมืดใจหาย

ความสว่างเกิดขึ้น


เพียงเจริญสติ

เจริญปัญญาให้สมบูรณ์


โทสะ โมหะ โลภะ

ก็จะไหลหนีไปเอง


ยังมีเวทนา

ยังมีสัญญา

ยังมีสังขาร

ยังมีวิญญาณ


แต่ไม่ทุกข์เหมือนเดิม


ยังกิน

ยังเดิน

ยังนั่ง

ยังนอน

ยังทำงาน

ยังทำหน้าที่

อย่างคนสามัญได้


ฆราวาสก็เป็นพระอริยบุคคลได้

สงฆ์ก็เป็นพระอริยสงฆ์ได้


ถ้าปฏิบัติต่อเนื่อง

ไม่ขาดวันขาดเวลา

เหมือนลูกโซ่


โดยมากไม่นาน

ก็เริ่มเกิดญาณปัญญา

เกิดความรู้จากธรรมชาติจริง


สาระอยู่ที่ทำจริง

ไม่ใช่เพียงฟังจริง


และให้ระลึกไว้ว่า

ในยามที่โลกมืด

เมื่อมีความทุกข์เข็ญ

เมื่อผู้คนหลงทาง


ถ้าใครเจริญสติ

เจริญปัญญา

รู้ เห็น เข้าใจความสงบ

ด้วยญาณของปัญญา


แล้วนำไปบอกคนอื่น

ให้เขาได้รู้ได้เข้าใจ

นั่นคือการเปิดโลก


อย่าติดอยู่เพียงพิธีรีตอง

อย่าข้องอยู่แต่ตำรับตำรา

อย่าติดครูติดอาจารย์

จนลืมการรู้ตรง


ให้กลับมาดูตนเอง

ให้กลับมารู้กายรู้ใจ

ให้ปฏิบัติติดต่อกัน

อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ


วิถีดับทุกข์มีมาก

แต่ต้องรู้จักเลือก

ด้วยสติปัญญา


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive