ความรู้สึกตัว มีทางออกของมันเอง
หลวงพ่อเทียนชี้ไว้ชัด
การเจริญสติอย่างนี้
ไม่ใช่เรื่องลอย ๆ
ไม่ใช่คำปลอบใจ
แต่เป็นทางที่พิสูจน์ได้ด้วยชีวิต
ถ้าทำจริง
ความทุกข์ประเภทกิเลส
ย่อมค่อย ๆ เบาบางลง
ไม่หมดก็ยังลดน้อยไป
บางครั้งเราคิดว่า
กิเลสอย่างหยาบ คือโกรธ โลภ หลง
แต่เมื่อมองลึกลงไป
สิ่งที่คอยดึงใจเรา
อาจไม่ใช่แค่นั้น
คนที่ติดสุข
คนที่ติดความสงบ
คนที่ไม่เห็นจิตของตนที่นึกคิดอยู่
นี่ก็เป็นเครื่องผูกใจเหมือนกัน
จึงไม่ใช่เพียงนั่งนิ่ง
ไม่ใช่เพียงต้องการความสงบ
แต่ต้องรู้ตรง ๆ
ตามที่มันกำลังเป็นอยู่
รู้ตอนมือพลิก
รู้ตอนยกมือ วางมือ
รู้ตอนเดินหน้า ถอยหลัง
รู้ตอนเอียงซ้าย เอียงขวา
รู้ตอนก้ม เงย
รู้ตอนกะพริบตา
รู้อ้าปาก กลืนน้ำลาย
รู้ลมหายใจเข้าออก
ให้สติตามทัน
ให้ใจอยู่กับความจริงของกาย
ทีละขณะ
ไม่เผลอไปเสียก่อน
แล้วก็ดูจิตดูใจของตน
ดูทุกขณะจิต
ไม่ว่ากำลังทำงาน
กำลังพูด
กำลังเดิน
กำลังหยุด
เมื่อดูอยู่
ก็จะเห็นว่า
ความเป็นเองมีอยู่แล้ว
ความมีมีอยู่แล้ว
เหมือนเมล็ดข้าว
ลงดินแล้วได้อาศัยน้ำ
มันย่อมงอกขึ้นมาเอง
ธรรมะก็เช่นนั้น
เมื่อเราทำต่อเนื่อง
ด้วยสติที่ไม่ขาดสาย
ย่อมเห็นแจ้งได้
ไม่เว้นใคร
คำของหลวงพ่อจึงหนักแน่น
เพราะท่านพูดจากการประสบพบเห็น
ไม่ใช่พูดจากตำราเท่านั้น
ท่านฝากไว้ให้เราตั้งใจจริง
ให้ทำต่อกัน
ให้ไม่ขาดตอน
ให้รู้ตรงในกาย ในใจ
ในทุกอิริยาบถ
และเมื่อถึงที่สุด
ท่านก็เอาชีวิตเป็นประกัน
เพื่อยืนยันคำสอนของพระพุทธเจ้า
ด้วยความจริงใจทั้งหมด
ฟังแล้ว
ไม่ใช่ให้เราเชื่อเพราะศรัทธาอย่างเดียว
แต่ให้เรากลับมาดูตัวเอง
ดูใจของเราในขณะนี้
ดูความคิดที่เกิดดับ
ดูความยึดที่แอบซ่อนอยู่
ดูความสงบที่อาจทำให้เราหลง
ดูความเผลอที่ทำให้เราห่างจากความจริง
เมื่อมีสติ
ความจริงจะค่อย ๆ เปิดเผย
เมื่อรู้ตรง
ใจก็จะค่อย ๆ เบา
ขอให้เราไม่เพียงฟัง
แต่ลงมือรู้
ไม่เพียงเข้าใจ
แต่เห็นด้วยใจของตนเอง
ขอให้สัจธรรม
ปรากฏในจิตใจของเราทุกคน
ในขณะนี้
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
