บุญที่แท้
ไม่ได้อยู่ที่ทำมากหรือน้อยอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ใจ
รู้จักทำด้วยปัญญาหรือไม่
คนไทยเราคุ้นกับการทำบุญทำทาน
คุ้นกับการให้
คุ้นกับการหวังอานิสงส์
แต่หลวงพ่อเตือนให้เราดูให้ลึกกว่านั้น
ว่าการให้แต่ละครั้ง
ให้กับใคร
ด้วยใจอย่างไร
และรู้จักความดีตรงไหนของการให้
ทานที่ให้ต่างกัน
อานิสงส์ก็ต่างกัน
เพราะใจที่รับและใจที่ให้
ไม่เท่ากัน
นี่ไม่ใช่เรื่องเอาไปเปรียบใคร
แต่เป็นการชวนให้รู้ว่า
บุญกุศลไม่ใช่แค่ทำตามกันไป
ต้องมีความเข้าใจประกอบด้วย
ถ้าให้ด้วยความไม่รู้
ใจก็อาจยังเดินวนอยู่ที่เดิม
แต่ถ้าให้ด้วยความรู้สึกตัว
ให้ด้วยใจที่เปิด
ให้ด้วยความเข้าใจทางธรรม
การให้นั้นจะไม่ใช่แค่ของที่ออกจากมือ
มันจะกลายเป็นการฝึกใจ
ให้พ้นจากความยึด
ให้พ้นจากความเห็นแก่ตัว
ให้ใจอ่อนโยนขึ้น สว่างขึ้น
เรื่องพระอุปกาชีวกก็ชวนให้คิดเช่นกัน
พระพุทธเจ้าเสด็จออกจากความตรัสรู้
ด้วยความสงบ งดงาม
ไม่อวด ไม่แสดงตนเกินจริง
แต่เมื่อมีผู้มาถาม
พระองค์ก็ตอบตรงที่สุด
เรารู้เอง
เห็นเอง
เข้าใจเอง
ตรัสรู้เองโดยชอบ
คำตอบนี้เรียบง่าย
แต่ลึกมาก
เพราะธรรมไม่ใช่สิ่งที่ต้องเชื่อตามเสียงคนอื่น
ธรรมต้องมาดูเอง
รู้เอง
เห็นเอง
แต่อุปกาชีวกกลับไม่พินิจพิจารณา
แค่ได้ยินก็ไม่พอใจ
แล้วเดินหนีไป
นี่แหละที่หลวงพ่อชี้ให้เห็น
คนเรามักแสวงหาความจริง
แต่มักไม่ยอมอยู่กับความจริงตรงหน้า
มักอยากได้ที่พึ่งทางใจ
แต่มักไม่รู้จักของดีที่มีอยู่แล้วในตัวเอง
ใจที่รู้สึกตัวนี่แหละ
เป็นของดีที่หลายคนลืม
ลืมเพราะมัวแสวงหาข้างนอก
ลืมเพราะเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายนอกมากเกินไป
ลืมเพราะไม่เคยหันกลับมาดูตัวเองจริง ๆ
แต่ที่สุด
ไม่มีสิ่งใดช่วยเราได้เท่าการรู้ตรง
การกลับมาเห็นกาย เห็นใจ
เห็นการเคลื่อนไหว เห็นความคิด
แล้วไม่หลงไปกับมัน
เมื่อรู้จักตรงนี้
เราจะเริ่มเข้าใจว่า
ที่พึ่งอันแท้
ไม่ไกลเลย
มันอยู่ในความรู้สึกตัว
อยู่ในความเข้าใจที่เกิดจากการดูตนเอง
อยู่ในทางที่ไม่ต้องวิ่งหนีตัวเอง
ของดีมีอยู่แล้ว
แต่อย่าเพิ่งรีบลืม
ให้กลับมาดู
กลับมารู้
กลับมาอยู่กับความจริงตรงหน้า
แล้วบุญ
จะไม่ใช่แค่สิ่งที่หวัง
แต่จะเป็นทางที่ใจค่อย ๆ สว่างขึ้นจริง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
