ความรู้สึกตัว
คือแสงที่ค่อย ๆ ลบความหลง
เราเคยอยู่กับความคิดของตัวเอง
ทั้งที่ไม่เคยเห็นมันจริง ๆ
มันคิดไป
มันลากไป
มันพาใจให้เชื่อ
จนเราเข้าใจว่าต้องเป็นอย่างนั้น
แต่เมื่อมีสติ
เมื่อหันมาดูจิตใจของตน
สิ่งที่เคยวิ่งอยู่ข้างใน
กลับหยุดให้เห็น
เห็นครั้งหนึ่ง
ความหลงก็ลดลงครั้งหนึ่ง
ไม่ได้ลดด้วยการกดไว้
ไม่ได้ลดด้วยการบังคับใจ
แต่ลดลงเพราะเราเห็นมันตรง ๆ
เหมือนน้ำในบ่อที่ค่อย ๆ วิดออก
ทีละน้อย ทีละน้อย
ถ้าเห็นบ่อย
ความหลงก็น้อยลงบ่อย
ถ้าเห็นมาก
ความหลงก็เหลือพื้นที่น้อยลง
วันใดที่รู้เท่าทันได้มาก
วันนั้นใจก็ไม่ถูกพาไปง่าย
หลวงพ่อสอนให้ดูจิต
ดูความคิดที่กำลังเกิด
นึกอะไร
คิดอะไร
รู้ทันแล้วทิ้ง
ไม่ต้องตาม
ไม่ต้องต่อเรื่อง
ไม่ต้องไปสร้างเพิ่ม
เพราะสิ่งที่ทำให้ทุกข์
มักไม่ใช่ความคิดล้วน ๆ
แต่คือการหลงเชื่อมัน
แล้วปรุงต่อจนเป็นเรื่องเป็นราว
อวิชชา
จึงไม่ใช่เพียงไม่รู้
บางทีคือรู้ผิด
รู้แบบแก้ทุกข์ไม่ได้
คิดได้
นึกได้
แต่ไม่เห็นจิตใจของตน
ไม่เห็นว่ากำลังถูกสังขารพาไหลไปทางไหน
เมื่อไม่เห็น
ก็ปรุงต่อ
แล้วทุกข์ก็เดินต่อ
หลวงพ่อจึงชี้ให้ดูตรงนี้
ไม่ใช่ไปตามนิมิต
ไม่ใช่ไปสร้างของไม่มีให้มี
แต่ให้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดจริง
ในใจจริง
ตรงหน้าเดี๋ยวนี้
เมื่อเห็น
ความหลงก็คลาย
เมื่อเห็นบ่อย
ความหลงก็ยิ่งลด
ทางของการภาวนา
จึงไม่ใช่ทางของการคิดมาก
แต่เป็นทางของการรู้ตรง
รู้ทัน
รู้แล้ววาง
ทำบ่อย ๆ
ดูบ่อย ๆ
ไปไหนมาไหนก็เห็น
ทำงานก็เห็น
เข้าห้องน้ำก็เห็น
อยู่ที่ไหนก็เห็นได้
เห็นจิตใจที่กำลังเกิด
เห็นความคิดที่กำลังพาไป
แล้วไม่ตามไปกับมัน
ตรงนี้เอง
คือการบำเพ็ญทางจิต
คือความรู้สึกตัวที่ค่อย ๆ เปิดทาง
ให้ความหลงลดลง
ให้ใจกลับมาอยู่กับความจริง
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
