เป็นมนุษย์ อยู่ที่ใจรู้ตัว
เมื่อใจหักห้ามตนเองได้
เมื่อสติตื่นชัดอยู่ตรงนี้
นั่นแหละ
ความเป็นมนุษย์กำลังปรากฏ
ก่อนจะพูด
ก่อนจะทำ
ก่อนจะคิด
ลองหัดให้สุขุมขึ้น
ไม่ต้องรีบตามอารมณ์
ไม่ต้องปล่อยใจไหลไปตามความเคยชิน
ให้มีหิริ
ความละอายแก่ใจของตนเอง
ไม่ใช่ละอายคนอื่น
แต่ละอายต่อใจเรานี่แหละ
เพราะถ้าใจไม่ละอาย
ไม่เกรงกลัวบาป
ใจจะคิดผิด
พูดผิด
ทำผิด
แล้วความร้อนก็เกิดขึ้นในใจนั้นเอง
นรกจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว
บางทีนรกอยู่ตรงที่
ใจเราร้อน
อกเราร้อน
ความคิดเราร้อน
ชีวิตเราร้อนอยู่ทุกวัน
ถ้าไม่เห็นตรงนี้
เราก็พูดเรื่องนรกไม่เป็น
และไม่รู้จักความร้อนที่เผาชีวิตเราอยู่
หลวงพ่อจึงพูดตรง ๆ
พูดจากใจจริง
ฟังแล้วอาจไม่ถูกใจ
แต่อยากให้เห็นตามจริง
หิริและโอตตัปปะ
คือเครื่องคุ้มครองใจ
เมื่อมีความละอาย
และมีความเกรงกลัวต่อบาป
ใจก็จะระวังตัว
ไม่ผลักตัวเองไปสู่ความผิดง่าย ๆ
พระพรหมก็ไม่ใช่เรื่องไกล
ไม่ใช่เรื่องรูปหน้าหรือเรื่องนิทานที่เล่ากันมา
แท้จริงแล้ว
พรหมคือใจที่มี
เมตตา
กรุณา
มุทิตา
อุเบกขา
ใจที่เป็นมิตรต่อชีวิต
ใจที่สงสารกัน
เห็นใจกัน
ยินดีในความดีของกัน
และวางใจได้อย่างสงบ
ลักษณะพรหมนี้
มีอยู่ในคนทุกคน
เพียงแต่ต้องหันมาเห็น
หันมารู้
หันมาอยู่กับใจของตนเอง
ผู้ใดเห็นจิตเห็นใจตนเอง
สะอาด
สว่าง
สงบอยู่เสมอ
ผู้นั้นก็เข้าใกล้ความเป็นพระอริยบุคคล
เพราะใจที่ตื่นอยู่
ไม่หวั่นไหว
ไม่ถูกลากไปด้วยโลภ
โกรธ
หลง
นั่นคือสมบัติของมนุษย์
นั่นคือภาวะที่สะอาด
คนโบราณจึงว่า
สวรรค์อยู่ในอก
นรกอยู่ในใจ
และนิพพานก็อยู่ที่ใจนี่เอง
ไม่ต้องไปหาไกล
ไม่ต้องไปหาบนฟ้า
ไม่ต้องไปตามความเพ้อฝัน
ถ้าใจยังร้อน
ยังดิ้น
ยังหลง
ต่อให้พูดถึงสวรรค์มากเท่าไร
ใจก็ยังไม่พ้นทุกข์
แต่ถ้าเรารู้ตัว
ไม่ปล่อยจิต
ไม่ปล่อยใจ
ไม่ให้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ไม่ให้โลภ
ไม่ให้หลง
ใจจะค่อย ๆ สะอาด
สว่าง
สงบ
หน้าตาก็เบา
ยิ้มก็ง่าย
ชีวิตการงานก็อยู่ได้
ความสุขก็เกิดตรงนี้เอง
ไม่ใช่สุขที่ต้องคอยวิ่งหา
แต่เป็นสุขที่เกิดจากใจไม่ถูกรบกวน
อยู่กับกายที่กำลังเคลื่อนไหว
อยู่กับใจที่กำลังรู้สึก
รู้ทันมัน
เห็นมัน
วางมันอย่างอ่อนโยน
แล้วสวรรค์ทั้งเป็น
ก็อยู่ตรงนี้
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
