“อุเบกขามีอยู่แล้วในทุกคน แค่มาฝึกดูจิตใจให้เห็นความคิด”

 


ธรรมะอยู่ที่การรู้ทัน


เมื่อไปพบปะกับผู้คน

มีคนสรรเสริญ

มีก็คือมี


รู้ได้

แล้วก็เฉยได้


ไม่ต้องรีบดีใจ

ไม่ต้องรีบลอยไปตามคำชม


เมื่อมีคนตำหนิ

เมื่อนินทา

เมื่อเรื่องราวมาถึงหู


ก็มีให้รู้

แล้วก็เฉยได้เช่นกัน


เพราะเรากำลังมาดู

ต้นตอของชีวิตจิตใจจริง ๆ


ลักษณะของความวางเฉย

มีอยู่แล้วในทุกคน

ไม่เว้นใคร


ธรรมที่จะทำให้ตื่นรู้

ก็มีอยู่แล้วเช่นกัน


พระพุทธเจ้าทรงค้นพบก่อน

แล้วนำมาสอนเรา


จึงไม่ต้องมัวติดอยู่กับชื่อเรียก

โสดาบัน

สกิทาคามี

อนาคามี

อรหันต์


หรือชื่อของฌานต่าง ๆ


จะรู้จักก็ได้

จะไม่ไปยึดก็ได้


เพราะสิ่งเหล่านั้น

เป็นเพียงถ้อยคำสมมติ


ของจริง

ต้องมารู้ตรงที่จิต

ตรงที่ใจ


ตอนปฏิบัติ

ไม่ใช่ตอนพูด


ไม่ใช่ตอนจำ

แต่เป็นตอนเห็น


เห็นความคิดที่เกิด

เห็นความคิดที่ดับ

เห็นจิตที่ไหว

เห็นใจที่หวั่น


ถ้าเห็นได้

ก็จัดการได้ทุกครั้ง

ทุกคราวไป


เหมือนนักมวย

ที่ขึ้นเวทีด้วยการฝึกมาแล้ว


ไม่ใช่ไปวุ่นกับพิธี

แต่พร้อมจะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า


ผู้ปฏิบัติก็เหมือนกัน


ต้องฝึกดูความคิด

ฝึกดูจิตใจ


พอความคิดเกิด

ก็เห็นทันที


พอคนมายุให้โกรธ

ก็รู้ทัน


พอคนมายกยอให้ดีใจ

ก็รู้ทัน


แล้ววางได้


นี่แหละ

ลักษณะของจิตที่เป็นอุเบกขา


อุเบกขา

คือความวางเฉย


และมีอยู่ในคนทุกคน

ไม่ยกเว้น


จึงไม่ต้องไปหาธรรมที่ไกลตัว


ไม่ต้องไปมองข้ามใจของตนเอง


เพราะธรรมของพระพุทธเจ้า

อยู่ที่การรู้จิต

รู้ใจ

รู้ความคิดตรงนี้เอง


ความโกรธ ความโลภ ความหลง

ไม่ได้มีอำนาจอยู่ก่อน


แต่เพราะเราเผลอไปหลงความคิด

จึงเกิดการยึด

จึงเกิดความโกรธขึ้นมา


ถ้าไม่หลง

ก็เห็นตามจริง


ถ้าเห็นตามจริง

ใจก็วางได้


และเมื่อใจวางได้

ธรรมก็ไม่ไกลเลย


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati