ทุกข์คือของเหม็นในใจ โกรธ โลภ หลง คือมลทินที่ต้องเห็นให้ได้

 

ทุกข์ไม่ใช่เรื่องไกล


แต่เป็นของเหม็นในใจ


พระพุทธเจ้าจึงเรียกทุกข์บ้าง

เรียกกิเลสบ้าง

เรียกของเหม็นบ้าง


ฟังแล้วอาจสะดุ้ง

เพราะมันไม่ใช่คำพูดเบา ๆ


มันชี้ตรงมาที่สิ่งที่เราไม่อยากดู


ความทุกข์ตามความหมายของธรรม

คือของสกปรก

ของเหม็น

ไม่มีใครต้องการ


แม้ร่างกายคนเราตายไป

จนเน่าเหม็น

เราก็ยังช่วยกันชำระล้างได้


แม้อุจจาระจะเหม็นแค่ไหน

ก็ยังพอจับได้

ยังพอล้างออกได้


แต่ของเหม็นที่ลึกกว่านั้น

คือความโกรธ

ความโลภ

ความหลง


มันแอบอยู่ในจิต

เกิดขึ้นเงียบ ๆ

แล้วก็ทำให้ใจขุ่น

ทำให้ใจมืด

ทำให้ใจเสีย


หลวงพ่อจึงบอกว่า

อันนี้แหละที่ท่านเกลียดมาก


เหม็นยิ่งกว่าอุจจาระเสียอีก


ถ้าเราไม่รู้ตัว

พอความคิดวูบขึ้นมา

ความหลงผิดก็ตามมาเลย


แล้วเราก็เข้าใจว่า

นี่คือเราเห็น

แต่จริง ๆ

อาจเป็นเพียงรู้ว่าคิดอะไรขึ้นมาเท่านั้น


รู้ความคิด

ยังไม่ใช่เห็นกิเลส


เพราะการเห็นจริง

ต้องเห็นว่าในความคิดนั้น

มีโกรธไหม

มีโลภไหม

มีหลงไหม


ถ้ายังไม่เห็นอย่างนี้

ก็ยังถูกความคิดพาไปง่าย ๆ


พูดตามความเคยชิน

ทำตามความคิด

โดยไม่ทันดูจิตของตนเอง


ธรรมจึงชวนเรา

ไม่ให้รีบเชื่อใจความคิด


ให้หันกลับมาดู

ดูตรงนี้

ดูตอนนี้


ให้มีสติ

ให้มีความรู้สึกตัว


เพราะเมื่อเรารู้ตัว

เราจะเริ่มเห็นของเหม็นในใจ

ไม่ใช่เพื่อเกลียดตัวเอง


แต่เพื่อรู้ทันมัน

และไม่ปล่อยให้มันครอบงำเรา


การภาวนา

จึงไม่ใช่เรื่องอื่นไกล


คือการกลับมาเห็นใจของตน

ตามจริง

ตรง ๆ

ซื่อ ๆ


เห็นแล้ว

ก็จะค่อย ๆ วางได้


และใจจะเริ่มสะอาด

เบา

สงบ

ขึ้นมาจากข้างใน


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive