วิปัสสนา คือเห็นแจ้งรู้จริง เห็นตัวเองและจิตที่กำลังคิดอยู่เดี๋ยวนี้


 วิปัสสนา คือการรู้ตรง


ไม่ใช่เพียงชื่อ

ไม่ใช่เพียงคำที่เอ่ยตามกันมา


แท้จริงแล้ว

วิปัสสนาคือรู้แจ้ง

คือรู้จริง

คือเห็นตามเป็นจริง

จนใจไม่ต้องเดา

ไม่ต้องหวั่น

ไม่ต้องไปฝากความกลัวไว้กับสิ่งภายนอก


ถ้ารู้จริง

ก็ไม่ต้องไปเสียเคราะห์

ไม่ต้องคอยดูฤกษ์ยาม

ไม่ต้องไปหวาดกับวันดีวันร้าย

เพราะสิ่งเหล่านั้น

ทำอะไรเราไม่ได้


เมื่อรู้ตรง

ใจก็กลับมาอยู่กับความจริง

ตรงกับคำสอนของพ่อแม่

ที่ให้ทำดี


ไม่ใช่ทำดีเพื่อให้ได้ดี

ไม่ใช่ทำชั่วแล้วรอรับชั่ว

แต่ทำดี

มันก็ดีอยู่ในตัวของมันเอง


คนใจดีจึงทำดีได้

คนใจชั่วทำดีไม่ได้

ถ้าทำได้

ก็เพราะต้องฝืน ต้องอดทนเอา


ธรรมะจึงไม่ได้อยู่ไกล

ไม่ต้องไปไขว่คว้าจากที่อื่น

ขอเพียงกลับมาดูตัวเอง


ดูกายที่กำลังนั่ง

ดูปากที่กำลังพูด

ดูจิตที่กำลังนึกคิดอยู่เดี๋ยวนี้


ตรงนี้เอง

คือทางของวิปัสสนา


บางคนมาด้วยวิธีหนึ่ง

บางคนมาด้วยอีกวิธีหนึ่ง

พุทโธก็ดี

สัมมาอะระหังก็ดี

พองยุบก็ดี

อานาปานสติก็ดี


สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีการ

แต่ยังไม่ใช่ตัววิปัสสนา


ตัววิปัสสนา

คือการเห็นแจ้งรู้จริง

เห็นความเป็นจริงในขณะนี้

เห็นตัวเองกำลังเป็นอยู่

กำลังคิดอยู่

กำลังรู้สึกอยู่


เมื่อเห็นตรงนี้

ก็เหมือนเห็นธรรม

และเมื่อเห็นธรรม

จึงเห็นพระพุทธเจ้า


ไม่ใช่เพียงจับชายจีวร

ไม่ใช่เพียงอยู่ใกล้

แต่ต้องเห็นธรรมในใจตนเอง


ฟังให้ดี

แล้วกลับมารู้ตัว


รู้กาย

รู้ใจ

รู้ความนึกคิดของตน


ให้จิตอยู่กับความจริง

อย่างเรียบง่าย

อย่างตรงไปตรงมา


ดอกบัวทุกดอก

มีเวลาของการบาน


บางดอกพ้นน้ำแล้ว

พอเจอแสงก็เบิกบาน

บางดอกยังตูมอยู่

ต้องรอวัน

บางดอกปริ่มน้ำ

ค่อย ๆ สูงขึ้นตามเวลา


ผู้มาฟังธรรมก็เช่นกัน

ขอเพียงไม่ท้อ

ขอเพียงไม่หลงไปไกล

ก็ยังมีทางของตนเอง


วันนี้

ขอให้กลับมารู้ตัว

กลับมาเห็นความจริง

ตรงนี้แหละคือวิปัสสนา


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive