DM-0353 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-28

 “…‘ปุถุชนจะอยู่เหนือกรรมได้หรือไม่ ?’


แต่เมื่อเป็นปุถุชนอยู่ ยังอยู่เหนือไม่ได้


แต่**ปุถุชนนั่นแหละ สามารถที่จะทำให้จิตใจหลุดพ้นได้


ถ้าหากว่าจิตใจหลุดพ้นแล้ว ไม่ต้องทำอะไรก็ได้


แต่เมื่อยังเป็นปุถุชนอยู่นั้น จำเป็นต้องทำ-จำเป็นต้องศึกษา


ถ้าหากรู้แจ้ง-รู้จริงแล้ว จะศึกษาทำไม-เพื่ออะไร…ก็รู้แล้ว


คนที่ยังไม่รู้นั่นแหละ ต้องศึกษา**


*แต่เมื่อยังไม่รู้ ก็อยู่เหนือกรรมไม่ได้*


**แต่เมื่อรู้แล้ว จึงจะอยู่เหนือกรรมได้**


*แต่อยู่เหนือกรรมก็ยังไม่รู้-ปุถุชน อยู่ใต้กรรม-ก็ยังไม่รู้


ดังนั้นจึงว่า‘ปุถุชนเป็นผู้หนา’*


คำถามอย่างเดียวกัน แต่ว่ามันไม่เหมือนกัน


ข้างเคียงคล้าย ๆ คือกัน แต่ผู้ตอบ-ผู้แก้ก็คล้าย ๆ กัน


มันจะเอาอะไรมาเป็นเครื่องวัดได้ ก็**ต้องรู้เอง-เห็นเอง**


‘การนั่งสร้างจังหวะ ยกมือไป-เอามือมา


จะถือว่าเป็นการทำกรรมหรือไม่ ?’


ก็เป็นการกระทำกรรมเหมือนกัน


แต่ว่าตัวหลวงพ่อหรือตัวอาตมานี้เข้าใจว่า


การกระทำนี้คือกรรม การกระทำนั้นคือกรรม


กรรมจึงว่าเป็นการกระทำ


**ให้รู้สึกตัว-ตื่นตัว ให้รู้สึกใจ-ตื่นใจ**


*เมื่อไม่รู้สึกตัว-ก็ไม่ตื่นตัว เมื่อไม่รู้สึกใจ-ก็ไม่ตื่นใจ*


นี่มันเป็นอย่างนี้


**เมื่อรู้สึกตัว-ตื่นตัว รู้สึกใจ-ตื่นใจ


การทำ-พูด-คิด ก็รู้สึก(ได้)ดี**…เป็นอย่างนั้น


‘การเป็นอยู่ของสัตว์โดยธรรมชาติ เป็นกรรมหรือไม่ ?


ตัวอย่างเช่น แมวกินหนู หรือพรหมเข้าฌาน เป็นต้น’


ก็มันเป็นธรรมชาติ มันเป็นอาหารของสัตว์


แมวมันกินหนู มันเป็นอาหารของมัน-มันตรงข้าม


ที่เป็นอาหารของมัน-มันต้องกิน เพราะมันไม่รู้


มันต้องกิน มันกินดิบ-กินแดงไปอีกเสียด้วยนะ


มันไม่เคยต้ม-เคยหุงกินหรอก


อย่างเสือหรือแมว หรือสัตว์อื่น ๆ นี่แหละ


(ตอน)กิน-มันไม่เคยใช้ไฟ แต่ว่า(ใช้)ไฟธาตุของมัน


มันสามารถที่จะเผาอาหารอันนั้นได้เช่นเดียวกัน


แล้วคนกินดิบก็มี-กินสุกก็มี ไฟธาตุก็เผาเช่นเดียวกัน


ดังนั้นจะถือว่ากรรมก็ได้ จะถือว่าไม่กรรมก็ได้


เพราะความเป็นอยู่-สัญชาตญาณของสัตว์ต้องเป็นอย่างนั้น


อย่างพรหมเข้าฌานก็เช่นเดียวกัน เพราะมันเป็นอาหาร


เป็นที่อยู่-เป็นที่พักผ่อน ได้ทำแล้วก็สบายใจ


เขาเล่ากันมา-แต่หลวงพ่อไม่รู้ เรียกว่าพรหมลูกฟัก


อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นแหละ


เพราะความเคยชิน ความเข้าใจเป็นอย่างนั้น


ดังนั้นจึงว่า**‘พวกเราควรศึกษา


และควรปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนา’**


พุทธศาสนาสอนไม่เหมือนกับลัทธิอื่น ๆ


ลัทธิอื่น ๆ สอนก็ไม่เหมือนกันกับคำสอนของพระพุทธเจ้า


พระพุทธเจ้าสอน ก็สอนไปตามอุดมการณ์ของพระพุทธเจ้า


**เมื่อเราเชื่อฟังว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ยิ่ง-เห็นจริง


เป็นผู้รู้แจ้ง-เป็นผู้อยู่เหนือกรรมได้ เป็นผู้เอาชนะได้


เราก็ต้องปฏิบัติตาม**


ถ้าหากว่าเราไม่เชื่อฟัง ไม่มีความเห็นตามอุดมการณ์


คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ทำอย่างใดก็ได้


เรื่องที่ไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง


สิ่งที่ผิดกฎหมายบ้านเมืองนั้น (ทำ)ไม่ได้


ต้องมีคุก-มีตะราง เอาไปลงโทษกัน…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive