DM-0352 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-27

 “…บัดนี้ เราจะไปกลัวแต่นรกเมื่อตายไปแล้วนู้น


*เราไม่กลัวนรกที่มีอยู่ใน(ใจ)เรา


ไฟนรกที่ไหม้เราทุกวันนี้(เป็น)ไฟนรกไม่มีเปลว


ร้อนมากกว่าไฟที่เราหุงต้มกินนั้น


เพราะคนนี้น่ะ-ถ้าโกรธขึ้นมา ยืนก็ไม่ได้-นั่งก็ไม่ได้


นอนก็ไม่ได้-ร้อนระอุ เดินไปนู่น


มันเป็นอย่างนั้น


(ขณะที่โกรธ) มันดูคนไม่เป็นคนเข้ามาแล้วนี่*


เคยได้ยินไหม-‘ดูคนไม่เห็น’น่ะ เป็นอย่างนั้น


นั่นแหละ‘ไฟนรก’ เป็นสัตว์ไปแล้วนี่


เห็นคนเป็นสัตว์ไปแล้วนี่ จะถือ(ว่าเป็น)คนไหม-คนนั้น ?


ไม่ใช่คนแล้ว มันก็เป็นสัตว์แล้ว


มันก็เห็นสัตว์เป็นเพื่อนมันสิ มันจะว่าคนนั้น(-คนนี้)เป็นสัตว์


(ว่า) ‘ไอ้หมา-นางหมา ท้าวหมา-บักผี ท้าวผี-นางผี’


มันไม่ใช่คน พูดอย่างนั้น-มันเป็นผีพูดแล้ว


จึงว่า*‘คนนั้นไม่มีพระประคองใจ’


คนนั้นถึงจะเป็นพระ ก็ยังไม่มีพระ(ในตัว)*


นี่ไม่ใช่พูดให้คนอื่นนะ พูดความจริงสู่กันฟัง


ทุกคนต้องการความจริงทั้งนั้น(ที่)มาที่นี่


แต่(บางคน)พูดความไม่จริง มันเป็นยังไง ?


เพราะคน(นั้น)ไม่มีหิริ-ความละอายนั่นเอง


จึงไม่พูดความจริงให้คนฟัง


พูดความจริงไม่ได้ แล้วไปโกหกกันทำไม ?


**ต้องพูดความจริง


ความจริงมียังไง ต้องพูดอย่างนั้น**


ท่านว่าอย่างนั้น


จึงว่า‘หิริ-ความละอายแก่ใจ


โอตตัปปะ-ความเกรงกลัวต่อบาป


ความเกรงกลัวต่อการกระทำ’


ดังนั้น **เราทำการ-ทำงานอะไร


แม้หุงข้าว-ต้มแกงก็ตาม ให้มีความรู้สึกตัว


จะไปเก็บผัก-เก็บหญ้า ก็มีความรู้สึกตัว


อย่าไปทำโดยที่ไม่รู้สึกตัว**


*เมื่อเราไม่รู้สึกตัวขณะทำ-ขณะพูด-ขณะคิด


อันนั้นแหละ ท่านเรียกว่า‘โมหะ’


จิตใจสัตว์มันเกิดขึ้นแล้ว* เราจะทำยังไง ?


**เราก็ต้องเอาความรู้สึกตัวนี้เอง


เมื่อรู้สึกตัวแล้ว เป็นยังไง ?


ความไม่รู้สึกก็หายไป มันหายไป**


*ความไม่รู้สึกตัวนั้น มันจึงไม่มีที่คน


มันเข้ามาชั่วขณะ(ที่)เราเผลอเท่านั้น


ทางธรรมะเรียกว่า‘โมหะ’*


**โมหะมันไม่ได้มี


แต่เราพยายามให้มันรู้สึก มีสติ


เมื่อมีสติแล้ว โมหะเข้ามาไม่ได้**


*ในขณะโมหะเข้ามาเมื่อใด


อันนั้นแหละ สัตว์เข้ามาพร้อมกันทันที*


‘โมหะ’ จึงว่า(คือ)ความหลง


ท่านว่าอย่างนั้น…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive