DM-0347 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-22

 “…คำว่า‘กรรม’-กรรมนี้


ความคิด-ความเห็นแต่ก่อนนั้น


นึกว่ากรรม ต้องได้เสวยผลวิบากมันอย่างนั้น-อย่างนี้


อันนั้นมันเป็นธรรมดา


แนวความคิดของอาตมาเมื่อยังไม่รู้-ยังไม่เข้าใจ ก็คิดไปอย่างนั้น


ต่อเมื่อมาเข้าใจแล้ว *กรรมคือการกระทำนั่นเอง


จะทำดี-ทำชั่ว ก็เป็นกรรม*


จะตอบได้เป็นเพียงหัวข้อสั้น ๆ ว่า‘กรรมคืออะไร ?’


พวกคุณ กรรมคือการกระทำนั่นเอง


ทำดีก็เป็นกรรม ทำชั่วก็เป็นกรรม


กรรมดี-กรรมชั่ว ทำดี-ทำชั่ว


แน่! เป็นเพียงหัวข้อ-ประเด็นสั้น ๆ


‘กฎแห่งกรรมในทางพระพุทธศาสนา มีว่าอย่างไร ?’


กรรม-กฎแห่งกรรม คือการกระทำนั่นเอง


เป็นกฎของธรรมชาติ ธรรมชาติมันเป็นอยู่อย่างนั้น


จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ได้เป็นบางสิ่ง-บางอย่าง


แต่ตัวกฎของธรรมชาติจริง ๆ แล้ว มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง


คำว่า ‘ธรรมชาติ’ นี้


เราจะเห็นว่า


ชาติ คือ เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย


อันนี้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง เป็นกฎของธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง


จึงว่ากฎแห่งกรรม *กรรมคือการกระทำ


กฎของธรรมชาติ มันเป็นกฎอันหนึ่งที่ตายตัวลงไป*


เป็นอย่างนั้น


ในทางพระพุทธศาสนามีว่าอย่างนี้ไว้ว่า


คือว่า**ต้องศึกษาและปฏิบัติให้รู้จักกฎของธรรมชาตินั้น**


บางคนพวกที่เรียนหนังสือมาว่า


กฎของอิทัปปัจจยตา เป็นอย่านั้น-อย่างนี้


อาตมาไม่รู้เรื่องนี้ อาตมาไม่เข้าใจจริง ๆ


ดังนั้นจึงว่า เรื่องความเห็นเป็นทิฏฐิ


แม้จะเคยได้ยินครูบาอาจารย์เล่าให้ฟัง(ว่า)


ในประเทศอินเดียมีหลายลัทธิ มีหลายนิกาย


บางลัทธิ-บางนิกายก็ว่า ให้ว่าทุกลิทธิ-ทุกนิกายนี่แหละ


ไม่ต้องว่าย่างฟืน-ย่างไฟ


คือว่าเห็นพระพุทธเจ้าเป็นทิฏฐิ-เป็นมิจฉาทิฏฐิเช่นเดียวกัน


เพราะความเห็นมันไม่ตรงกันนี่ เป็นอย่างนั้น


บัดนี้ พระพุทธเจ้าก็เห็นว่าพวกนั้นเป็นทิฏฐิ


ความเห็นไม่ไม่ตรงกัน เป็นอย่างนี้


*‘อะไรเป็นเหตุให้ทำกรรม ?’


ก็เพราะว่ากรรมนั่นเอง เป็นเหตุให้ทำ


คือการกระทำนั่นเองเป็นเหตุ


ถ้าพูดกันน้อย ๆ ก็เรียกว่า‘จิตใจ’นั่นเอง


จิตใจนี่แหละไม่มีตัว-มีตน


จิตใจที่เป็นกุศล จิตใจที่เป็นอกุศล


จึงว่ามันเผอิญเหตุเหล่านี้ให้ทำได้ ทำดี-ทำชั่ว*


แต่**เมื่อเรารู้สึก ศึกษาให้ถึงกฎแห่งกรรม


จึงจะแก้ไขได้-เรื่องกฎแห่งกรรม**


มันเป็นอย่างนั้น


**‘วิธีดับกรรม ทำอย่างไร ?’


ก็พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้


ถ้าหากเราเชื่อคำพูด-คำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว


ต้องเจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญา ว่าอย่างนั้น


เพราะครูบาอาจารย์สอนมาว่าอย่างนั้น


พ่อแม่เล่ากันมาว่าอย่างนั้น


ก็พ่อของพ่อ แม่ของแม่ เล่ากันมาหลายชั่วคนแล้ว


พูดว่า‘ให้เจริญสติ-เจริญสมาธิ-เจริญปัญญา


เป็นวิธีที่จะดับทุกข์ได้’ ท่านว่าอย่างนั้น


‘จะพ้นไปจากความทุกข์’** ว่าอย่างนั้น


แต่ก็ไม่รู้ว่าทำอย่างไร-ไม่รู้ อาตมาไม่เห็น


จึงว่าเป็นวิธีที่ทำความรู้สึกตัว อาตมาทำมาอย่างนี้


**‘เป็นอยู่อย่างไร จึงจะเรียกว่าอยู่เหนือกรรม ?’


คำว่าอยู่เหนือกรรม ก็อยู่เหนือความทุกข์


อยู่เหนือการกระทำ เหนือความคิด


แต่ว่าเห็นความคิด อยู่เหนือความคิดนั่นเอง


แต่ว่ามันพูดยาก คืออยู่เหนือ


คือออกหน้าของความคิดนั่นแหละ


จึงว่าอยู่เหนือกรรมได้ อยู่เหนือการกระทำนั่นได้


เพราะอยู่เหนือแล้ว คือว่าเหนือกรรม


เหนือกรรมดี-กรรมชั่ว** ท่านว่าอย่างนั้น…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive