DM-0338 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-12

 “…**ถ้าเราศึกษาหลักพุทธศาสนาจริง ๆ แล้ว


ศึกษาไม่ยาก ไม่ลำบาก-ลำบนอะไรทั้งหมด


ทุกคนเจริญได้ จะเป็นชนชาติไหน ภาษาใด


ถือศาสนาไหนก็ตาม บวชก็ศึกษาได้-ปฏิบัติได้


ไม่บวชก็ศึกษาได้-ปฏิบัติได้ เช่นเดียวกัน**


(ตอน)ผมเป็นโยม-ผมไปปฏิบัติธรรมะอันนี้-ผมรู้


(ตอนนั้น)ผมเป็นโยมนะ ไม่ได้เป็นพระ-เป็นเณรอะไรนะ


(ที่)ผมเข้ามาบวชนี้ ผม(บวช)เพื่อจะมาฟื้นฟูหลักสัจธรรม


คือความจริงที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าจริง ๆ


ดังนั้นผมจึงกล้ายืนยัน-รับรองได้


เพราะว่าเป็นโยมก็ปฏิบัติได้ เป็นพระก็ปฏิบัติได้


**การปฏิบัติธรรมะ ธรรมะอยู่ที่ไหน ?


‘ธรรมะ’นั้น คือ(อยู่)ที่ตัวเรานี่เอง ไม่ใช่ธรรมะอยู่ที่อื่น**


*แต่คนส่วนมากเข้าใจว่าธรรมะต้องอยู่นอกตัวไป


เป็นสี-เป็นแสง เป็นนรก-เป็นสวรรค์ เห็นนอกโลกไป


อันนั้น คนนั้นชื่อว่ายังไม่เข้าใจ


ยังไม่เข้าใจ เพียงเข้าใจ(โดย)นึกเดาเอาเองเท่านั้นเอง*


**ความจริงธรรมะนั้น วิธีที่เราจะรู้จักจริง ๆ


รู้จำ-รู้จัก-รู้แจ้ง-รู้จริงนี้ มันต้องรู้เรื่องรูป-นาม**


รู้เรื่องรูป-นามแล้ว ก็รู้สมมติหรือรู้ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตานี้


รู้สมมตินี้ อะไร ๆ (ก็)สมมติทั้งนั้น


จึงว่ามันมีมากเรื่องสมมติ มีสมมติขึ้นมาเฉย ๆ


แล้วก็สมมติบัญญัติขึ้นมา แล้วก็มีปรมัตถบัญญัติ


แล้วก็มีอรรถบัญญัติ แล้วก็มีอริยบัญญัติ


แน่ะ…เป็นอย่างนี้


รู้อย่างนี้แล้ว ก็ต้องรู้ศาสนา-รู้พุทธศาสนา รู้บาป-รู้บุญ


รู้จริง ๆ-รู้เรื่องนี้ รับรองได้จริง ๆ


รู้เรื่องนี้แล้ว มันเกิดวิปัสสนูขึ้นมา


‘วิปัสสนู’แปลว่าอุปกิเลส *วิปัสสนูคือกิเลสนั่นแหละ


ตัวกิเลสนั่นแหละคือวิปัสสนู…รู้นั้น-รู้นี้ไป รู้ไม่มีที่สิ้นจบ


เรื่องวิปัสสนู…รู้ รู้อันนั้น-อันนี้ รู้นอกตัว*


**รู้ในตัวจริง ๆ เรียกว่า‘อริยสัจ’


‘สัจจะ’ แปลว่าของจริง


มันรู้จริง ๆ อย่างนี้**


เมื่อรู้อย่างนี้ ผมเลิกได้ทันที


ในขณะที่ผมไปปฏิบัตินั้น ผมสูบบุหรี่


พอดีผมมารู้เรื่องรูป-นาม ผมเลิกได้ทันที


ไม่ต้องอ้อนวอน-ขอร้องจากใครที่ไหนเลย


ผี-ผมก็ไม่กลัวตั้งแต่บัดนั้นมา


หมากพลู-บุหรี่ เล่นการพนัน


อะไรทั้งหมดนี่แหละ เลิกได้-ไม่สงสัย


เรื่องบาป-บุญ นรก-สวรรค์ ไม่ข้องแวะ


ผี-เทวดา ไม่ต้องกลัวทั้งนั้น


เพราะมันเป็นเรื่องสมมติพูดขึ้นมาเท่านั้น


อันนี้เราไม่รู้จักสมมติ


เราจึงกลัวผี-กลัวเทวดา กลัวนรก-กลัวสวรรค์


เราไม่รู้จัก


ความจริง ‘ผี’คือการทำชั่ว-พูดชั่ว-คิดชั่วเท่านั้นเอง


‘เทวดา’ คือการทำดี-พูดดี


(คำว่า)‘หิริโอตตัปปะ’…เราพูดกัน-แต่เราไม่เข้าใจ


*‘นรก’ คือความเดือดร้อน-ความทุกข์-ความวุ่นวาย


อยู่ที่ไหน(ก็)ไม่มีสุข*


ถ้าหากนรกมีจริง-ตายแล้วก็ไปตกนรก เพราะมันมีความทุกข์


พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี้


สวรรค์-นิพพาน ก็เหมือนกัน


**ถ้าเรามีสวรรค์-มีนิพพานอยู่ในตัวเราแล้ว


เรื่องตายนั้นไม่ต้องสงสัย


เพราะเรามีแล้ว-เราเข้าถึงแล้ว…ตัวสัจธรรม เราก็ไปได้** มันเป็นอย่างนั้น


เข้าใจอย่างนี้-แต่ผมยังไม่ซาบซึ้ง แต่รู้จริง ๆ เรื่องนี้


เรียกว่า‘รู้จัก-รู้จำ-รู้แจ้ง’


แต่ยังไม่รู้จริง ยังไม่รู้จริง…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive