DM-0336 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-10

 “…*ถ้าเราจิตใจเป็นปกติแล้ว ก็เรียกว่า‘เป็นพระ’*


‘พระ’ ก็แปลว่าผู้สอนคนนั่นเอง


อันพระอย่างที่ตัวอาตมา กับตัวเพื่อนภิกษุ-สามเณรนี่


อันนี้เป็นพระโดยสมมติ


คนที่ยังไม่เคยรู้ ก็ต้องเข้ามาวัด


เห็นพระสงฆ์-ก็สบายใจ นี่ไปติดสมมติ


อันนั้นก็ดีแล้ว


และยกมือขึ้นไหว้ ก็ไปติดสมมติ


*ไปยกมือไหว้พระพุทธรูป และยกมือไหว้พระอริยบุคคล


แล้วยกมือไหว้พระสงฆ์ที่(เป็นพระ)โดยสมมติ


เราก็สบายใจ


แต่ยังไม่เคยยกมือไหว้ตัวเอง อันนั้นมันก็ยังไม่ทันดี


แต่มันก็ดี แต่ดีมันไม่เข้าถึงตัวเอง*


ดังนั้น **พระพุทธเจ้าท่านสอนให้ทุกคนเข้าถึงตัวเอง


เข้าถึงชีวิตตัวเอง เข้าถึงการกระทำ(ของ)ตัวเอง


เมื่อเราเข้าถึงชีวิตตัวเอง เข้าถึงการกระทำตัวเอง


เข้าถึงการปฏิบัติตัวเองแล้ว อันนั้นล่ะคือพระแท้


‘พระ’นั้นจึงว่าแปลว่าผู้ประเสริฐ


คนใดประเสริฐแล้ว ก็ต้องมีศีล**


*คนใดยังไม่ประเสริฐ ศีลยังไม่ปรากฏ


เพราะศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบอยู่แล้วนี่


ถ้าเรายังกำจัดกิเลสอย่างหยาบไม่ได้


ก็ชื่อว่ายังไม่มีศีล*


มีศีลโดยสมมติ-มีอยู่


ในขณะที่เรารับศีลจากพระสงฆ์องค์เจ้า


ปาณา-อทินนา…*ศีล ๕


ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ หรือศีลภิกษุณี ๓๐๐ กว่าก็มี


แต่อันนั้นมันเป็นเพียง(ศีล)สังคม


ยังไม่ใช่เป็นศีลที่กำจัดกิเลสอย่างหยาบ*…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive