DM-0333 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-07

 “…(เมื่อรู้จักทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตาแล้ว)


เมื่อรู้จักจังซี่แล้ว ก็รู้จักสมมติโลด


อาตมาจึงว่า‘บ่กลัวผี-บ่กลัวเทวดา’


**สิ่งที่สมมติขึ้นในโลกนี้ ให้รู้-ให้เห็น-ให้เข้าใจ


แล้วก็สัมผัสได้ทุกอย่าง**


ผู้ใดมาถามเรื่องใด ก็พูดไปตามอุดมการณ์ของตัวเอง ที่รู้-ที่เห็นนั้น


เข้าใจจังซั่น


เมื่อรู้จักสมมติครบถ้วนจบทุกสิ่ง-ทุกอย่างแล้ว ก็รู้จักศาสนา


ศาสนานั้น พ่อแม่ครูบาอาจารย์เคยสอนมาว่า(คือ)‘คำสั่งสอน


ผู้ใดฮู้อันใด ก็เอาความนั้นแหละมาสั่งสอน’


‘ศาสนา’ จึงว่าเป็นคำสั่งสอนของท่านผู้รู้


จึงมีหลายศาสนา


พุทธศาสนาบัดนี่ **‘พุทธะ’แปลว่าผูู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบานด้วยธรรม


การรู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าใจธรรม ก็คือรู้ตัวเรานี่แล้ว


การทำ-การพูด-การคิดนี่แล้ว


อันนี้แหละเห็นธรรม** คือเห็นอันนี้-(ตัว)อาตมา


แต่อื่น ๆ นั้น อาตมาบ่ได้เห็นอยู่ตลอดเวลา


(ส่วน)**อันนี้เห็นอยู่ตลอดเวลา


จิหลับตา-ก็เห็น ลืมตา-ก็เห็น ย่างไปไส-มาไส…ก็เห็น


เห็นอยู่อย่างนั้น ก็เห็นตัวเองนี่เด๊**


บาปบัดนี้ *‘บาป’ก็คือความบ่ฮู้จัก-(คือ)ความโง่


คือมืดอยู่ในจิต-ในใจนี่แหละ*


บุญบัดนี้ **‘บุญ’คือเห็น-บุญคือรู้


บุญคือสะอาด บุญคือสว่าง


ผู้ใดจะมาหลอก-มาตั๋ว บ่เชื่อ


บาป-บุญ นรก-สวรรค์…บ่เชื่อ


เพราะตัวเองรู้แจ้ง-เห็นจริง**


ดังนั้นความคิดจึงมีมาก กิเลสนั้นก็มีมาก


เพราะไม่สามารถที่จะเอามาบอกมาเล่าเป็นข้อ-เป็นตอน


เรื่องนั้น-เรื่องนี้ได้ เพราะหลวงพ่อก็บ่เคยได้ศึกษาเล่าเรียน


เรียนก็เรียนแต่ภาษาที่ปฏิบัติตัวเองนี่แหละ


จึงว่า**ให้รู้ตัวเองนี่แหละ**


เมื่อพูดถึงกิเลสมากมาหลายเรื่องแล้ว


ก็พูดถึงพระไตรปิฎกอีกตื่มเทื่อหนึ่ง(อีกครั้งหนึ่ง)


พระไตรปิฎกนั้น เฮาเข้าใจกันว่า ‘๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์’


พ่อแม่ครูบาอาจารย์ แล้วก็ปู่ย่าตาทวดเล่าให้ฟัง(ว่า)


‘พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์


พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์


รวมกัน ๒ ปิฎกนี้เป็น ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์


(ส่วน)พระอภิธรรมปิฎกเดียว ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์


รวมเป็น ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์’


เรียนบ่ครบได้(เรียนไม่รู้จบ)


จึงว่า*อันความคิดก็เหมือนกันนั่นแหละ


คือ(เหมือน)กับน้ำที่สะอาด เอาสีอันใดมาใส่


ก็ไป(ตาม)สีอันนั้นหมด ความคิดนั้นก็คือกัน


แล้วแต่มันจะปรุงไป มันจะปรุงไปยังไงก็ปรุงไป


แต่เราเห็นว่ามันเป็นทุกข์


อันความทุกข์กับกิเลสนี้ มันเป็นอันเดียวกัน


จึงว่าพูดให้ฟังสั้น ๆ ‘อันกิเลสกับความคิดนั้นเป็นอันเดียวกัน’


คิดดีก็เป็นกิเลส คิดชั่วก็เป็นกิเลส


เพราะบ่ดี-บ่ชั่ว…ความคิดนี้ มันเป็นอย่างนั้น*


ดังนั้นคำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั้น


ก็มีกาย ๑ วาจา ๑ ใจ ๑


มันมารวมอยู่กับกาย-กับวาจา-กับใจนี้


ครั้นจะว่ากันเป็นพระสูตร ก็พระสูตร ๑ ก็คือกาย


พระสูตร ๑ ก็คือวาจา พระสูตร ๑ ก็คือใจ


จึงว่า ๓ ปิฎกนี้


ดังนั้น*อันความคิดนี้ มันคิดอยู่ตลอดเวลา


เหมือนกับน้ำไหลอยู่จังซั่นแหละ*


นี่พอที่จะเข้าใจแล้วเรื่องความคิดอย่างนี้…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive