DM-0331 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-04

 “…*ความทุกข์นั้นเกิดขึ้น


เพราะเราขาดสติอย่างเดียวเท่านั้น*


**เมื่อเรามีสติยับยั้งสั่งใจได้แล้ว กิเลสมันก็เกิดขึ้นไม่ได้**


กิเลสมันไม่มีตัว-ไม่มีตน จะไปหาสมุฏฐานมันได้ที่ตรงไหน ?


เพราะมันไม่มีที่อยู่-มันไม่มีที่เกิด เรามองไม่เห็น


*เมื่อเราขาดสติแล้ว มันก็เกิดขึ้นมาทันที*


**พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เรามีสติควบคุมเอาไว้


เมื่อมีสติแล้ว มันสามารถบังคับได้ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง**


อันนี้เป็นการพูด แต่วิธีทำน่ะ-ทำอย่างไร ?


วิธีทำนั้น เรามากำหนดรู้เรื่องรูป-นาม


เมื่อเรากำหนดรู้รูป-นามแล้ว รูป-นามนี้ก็ยังสามารถบังคับไม่ได้


ยังไม่รู้สมุฏฐาน-คือความคิด


ดังนั้น คนเราเป็นคนลืมตัว


เกิดมาหลุดจากท้องแม่มาแล้ว ไม่เคยมองตัวเอง


เมื่อยังเป็นเด็ก ๆ ก็มองมารดา อยากกินนม


เมื่อเราเติบโตขึ้นมา ก็หาของเล่น-มองของเล่น


เมื่อใหญ่เป็นหนุ่ม-เป็นสาว ก็มองคนนั้นสวย-คนนี้ไม่สวย


คนนั้นรวย-คนนี้จน


เมื่อเป็นพ่อบ้าน-แม่เรือนมาแล้ว


ก็มองถึงลูก-ถึงหลาน มองถึงไร่-นา


(มอง)อะไรต่าง ๆ จิปาถะ


อันนี้ชื่อว่า‘คนลืมตัว’


บัดนี้ วิธีที่ทำง่าย ๆ อย่างลัด ๆ


จะรักษาศีลก็ได้-ไม่รักษาศีลก็ได้


จะให้ทานก็ได้-ไม่ให้ทานก็ได้


**ไปไหน-มาไหน อยู่ที่ใดก็ตาม


คอยกำหนดจิตใจที่มันปรากฏเกิดขึ้น


เราต้องเห็น-ต้องรู้-ต้องเข้าใจ


เมื่อเราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจความปรากฏเกิดขึ้นนั้น


มันหยุดทันที มันไม่ถูกปรุงไป**


*อันที่มันถูกปรุงไปนั้น มันเข้าหลักอวิชชา


เรื่องปฏิจจสมุปบาทว่า‘อวิชชา’ แปลว่าความไม่รู้


คือไม่รู้ความคิดนี่เอง*


ไม่ใช่ไม่รู้เงิน-ไม่รู้ทอง ไม่(ใช่)อย่างนั้น


อัน‘มันรู้คิด’กับ‘มันเห็นความคิด’ มันคนละเรื่อง


*อันมันรู้คิด มันรู้เป็นเรื่องเป็นราวไป-นั้นมันรู้


ความรู้อันนั้น พระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า‘ความรู้ของอวิชชา’*


**(ส่วน)ความรู้ของวิชชา


มันคิดขึ้นมา เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ**


เหมือนกับหนูกับแมว ถ้าหนูโผล่ออกมา-แมวมันจับ


เมื่อแมวจับแล้ว หนูมันกระดิกตัวไม่ได้


อันนี้เหมือนกัน


**ถ้า(ความคิด)มันโผล่คิดขึ้นมา


เรามีสติ เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ


ความคิดมันไม่ต้องถูกปรุงไป


อันนี้เรียกว่ามีสติ รู้แจ้ง-รู้จริงตามความเป็นจริง


ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้


คนรู้อย่างนี้เป็นอย่างไร ?


มันไม่มีทุกข์ ความทุกข์ไม่ต้องมี


คือ ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงไม่ต้องมี


ความอิจฉาริษยา-เบียดเบียนคนอื่นไม่ต้องมี


เพราะคนมีสติแล้วนี่**


นี่-พระพุทธเจ้าสอนใกล้ ๆ ไม่มาก


ที่เราทำกันทุกวันนี้ เราไม่ได้ทำจุดนี้


คือเราไปทำเพื่อตายแล้วต้องไปเกิดนิพพานหรือไปสวรรค์’


(แต่)เราไม่รู้จักนิพพาน มันก็ไปนิพพานไม่ได้


(เรา)ไม่รู้จักสวรรค์ มันก็ไปสวรรค์ไม่ได้


สวรรค์-คนโบราณท่านสอนเอาไว้อยู่ในอก


นรกอยู่ที่ใจ พระนิพพานก็อยู่ที่ใจนี่


คำว่า‘ใจ’นี้ มันไม่มีตน-ไม่มีตัว


เราจะไปมองว่าหัวใจ มันมองไม่ได้


คือ…สำหรับจิตใจที่มันปรากฏ มันนึก-มันคิดขึ้นมานั้น


(มัน)ซาบซ่านอยู่ทั่วตัว


มันอยู่ที่ตรงไหน ไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจ


**เพียงเรามีสติมากำหนดความคิด


มันคิดขึ้นมา-มันจะคิดอย่างไรก็ตาม เรากำหนดรู้ทันที


เมื่อเรากำหนดรู้แล้ว ความคิดมันหยุด-มันก็เลยไม่ได้ปรุง


อันนี้เรียกว่า‘วิชชา’ แปลว่ารู้แจ้ง-รู้จริง รู้จัก-รู้จำ


รู้อันนี้ รู้จริง ๆ** …”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive