DM-0330 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-03

 “…ความทุกข์นั้น เราไม่เข้าใจ


(เข้าใจ)ว่าทุกข์ไม่มีเงิน-ทุกข์ไม่มีทอง ไม่มีข้าว-ไม่มีของ


เราเข้าใจกันอย่างนี้


แต่ความจริงพระพุทธเจ้าไม่ได้พูดอย่างนี้


พระพุทธเจ้าเป็นมหากษัตริย์


ไม่เคยจนเงิน ไม่เคยจนอะไรทั้งหมดเลย


แต่พระพุทธเจ้าเข้าใจว่า*ทุกข์ คือความเดือดร้อน


คือความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนี่เอง


หรือความพอใจ-ความไม่พอใจนี่เอง


พระพุทธเจ้าหาวิธีที่จะมาดับทุกข์เรื่องนี้*


บัดนี้*เราก็เลยไปทำบุญ-ให้ทาน รักษาศีล-ทำกรรมฐาน


เพื่อให้หมดอย่างนี้ แต่มันหมดไม่ได้


นี้แหละพวกเราเคยศึกษาธรรมะว่า‘ทางมิใช่ทาง’


เมื่อเราทำดูแล้ว มันยังดับไม่ได้


ก็หมายถึงว่า‘สิ่งนั้นยังไม่เป็นทางดับทุกข์’


แม้จะศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกจนจบ ก็ยังดับทุกข์ไม่ได้


มันก็ยังไม่ถูกต้องอยู่นั่นเอง*


บัดนี้ตรงกันข้าม


**เมื่อเราไม่ศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกก็ตาม


หรือว่าไม่ได้ทำอะไรก็ตาม


เมื่อศึกษาให้ทางดับทุกข์แล้ว อันนั้นแหละถูกต้อง**


**วิธีที่ผมจะนำมาพูดในขณะนี้ เพื่อทำความเข้าใจกับพวกเรา


คือ ให้มีสติ-ให้มีสติ**


พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญเรื่องมีสติเท่านั้น


*สิ่งอื่นนั้น พระพุทธเจ้าไม่ได้สรรเสริญเท่าไร


เพราะว่ามันดับทุกข์ไม่ได้*


**ความจริงแล้ว ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนั้น มันไม่ต้องมี


เมื่อเราจะหาความโกรธ-ความโลภ-ความหลง จะไปหาที่ไหน ?


เพราะมันไม่มีสมุฏฐาน-มันไม่มีต้นเหตุ มันไม่มีอะไรทั้งหมดเลย**


*สมุฏฐานต้นเหตุที่ทำให้ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงเกิดขึ้น


คือเราขาดสติเท่านั้น*


**เมื่อเรามีสติแล้ว ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงไม่ต้องมี**


ดังนั้น **พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้เราเจริญสติ**


*คนขาดสติลงไปวินาทีหนึ่งก็ตาม


๕ นาทีก็ตาม ชั่วโมงหนึ่งก็ตาม


สามารถทำให้เราเป็นได้ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง


เป็นสัตว์นรกก็ได้ เป็นเปรตก็ได้ เป็นอสุรกายก็ได้


เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ได้ เป็นผีก็ได้


มันเป็นอย่างนั้น*


ดังนั้น คนใดที่ลืมตัวลงไปขณะหนึ่งนั้น เรียกว่า‘คนไม่มีสติ’


*คนไม่มีสตินั้น ท่านมาเปรียบอุปมัยอุปมาว่า‘เหมือนกับคนตาย’


แต่ไม่ใช่ตายหมดลมหายใจนะ ‘ตายจากความดีความงาม’


มันเน่า-มันเหม็นเหมือนกับอุจจาระ ร้ายไปกว่าอุจจาระอีกซะด้วย


คนไม่มีสตินี้ สามารถพูดได้-ทำได้-คิดได้


ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผิด ๆ ไปตามอารมณ์ตัวเอง*


ดังนั้น **คนมีสตินั้น สามารถทำให้เป็นคน-เป็นมนุษย์


เป็นเทวดา หรือเป็นพระอริยบุคคลก็ยังได้


คนใดมีสตินั้นแหละ พระพุทธเจ้าท่านสรรเสริญว่า


‘เราคนหนึ่งถือพุทธศาสนา หรือเข้าใกล้กับพระพุทธเจ้า’**


ดังนั้นจึงว่า‘รู้จำ-รู้จัก รู้แจ้ง-รู้จริง’


**รู้แจ้ง-รู้จริงนั้น รู้ด้วยปัญญา-รู้ด้วยญาณ


สามารถบังคับได้ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง


สามารถมองเห็นสมุฏฐานความทุกข์ได้**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive