“…ผมได้เคยอ่านหนังสือธรรมวิจารณ์ซึ่งเป็นความรู้นักธรรมชั้นเอกท่านว่า‘ผู้ที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ ให้ถูกต้องและติดต่อกันเหมือนลูกโซ่อย่างนาน ๗ ปี อย่างกลาง ๗ เดือนอย่างเร็วที่สุดนับตั้งแต่ ๑-๗ วัน หรือ ๑๕ วันมีอานิสงส์ ๒ ประการ คือ๑. เป็นพระอรหันต์ในปัจจุบันภพนี้ชาตินี้ หรือ๒. ถ้าหากยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ก็จะได้เป็นพระอนาคามีแน่นอนที่สุด’
แต่อันนี้ไม่ต้องพูดอย่างนั้น**เพียงขอให้ทุกคนทำความรู้สึกตัว-ตื่นตัว รู้สึกใจ-ตื่นใจการเคลื่อน-การไหวของรูปกายโดยวิธีใด ก็ต้องรู้’**
จึงว่าให้มีวิธีการ-มีจังหวะทำ เพราะบุคคลไม่มีปัญญาเอ้า ! อันนี้รับรอง บอกว่า**ไม่เกิน ๓ ปี-ท่านจะรู้จะเข้าใจในความหมายนั้น ๆ ได้อย่างกลางให้เวลา ๑ ปี อย่างเร็วที่สุดให้เวลา ๑-๙๐ วันอานิสงส์เรื่องพระอรหันต์นั้น ไม่ต้องพูดเราจะไม่มีทุกข์ อยู่โดยไม่มีทุกข์อยู่กับโลกโดยไม่มีทุกข์ อยู่เหนือโลก‘อยู่เหนือโลก’ ก็คืออยู่เหนือทุกข์นั่นเองความทุกข์จึงติดตามไม่ได้**ท่านกล่าวว่า*‘มีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นมีแต่ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์เท่านั้นดับไป’*
กาลมีเพียง ๓ กาล คือ อดีต-อนาคต-ปัจจุบันเท่านั้นถ้าเราไม่รู้อดีตแล้ว อนาคตเราจะรู้ได้อย่างไร ?ถ้าเราไม่รู้ปัจจุบันเสียแล้ว อดีต-อนาคตเราก็ต้องไม่รู้ด้วยเช่นกัน**เมื่อเรารู้เพียงปัจจุบันเท่านั้นแหละเราจะรู้อดีตได้ รู้อนาคตได้**
พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนแต่เรื่องปัจจุบัน*การสอนของพระพุทธเจ้านั้น ท่านสอนของจริงแต่เราไม่เข้าใจความหมาย เราก็เลยไปตีความหมายคิดเอาเองว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น-อย่างนี้แต่อันนั้น-มันเป็นการคาดคิดเอา มันยังไม่จริง*
ที่ผมได้ให้ข้อคิดเตือนจิต-สะกิดใจในครั้งสุดท้ายนี้ก็ได้ฝากฝังไว้หลายอย่างขอให้ทุกคนจงเอาไปใช้กับชีวิตของเรา
ท้ายที่สุดนี้ผมและเพื่อนภิกษุและญาติโยมมานั่งฟังธรรมะอยู่ ณ สถานที่นี้ผมขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้าและพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้าและคุณของพระอรหันตสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเตือนจิต-สะกิดใจของพวกเราให้พวกเราได้รู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริงซึ่งชีวิตของเราที่ไม่เคยว่าทุกข์ ไม่เคยว่าสุขนั้นให้เราได้ประสบพบเห็นเอาในชีวิตนี้หรือในกาลอันใกล้นี้ จงทุก ๆ คนเทอญ”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ————————————————————————————————