DM-0323 | ธรรมะประจำวัน 2023-05-27

 “…เราก็เคยได้ยินเรื่องพระโปติละไปไหว้พระพุทธเจ้า


พอไปกราบ พระองค์ก็ทักว่า‘มาแล้วหรือคัมภีร์เปล่า’


พอจะกลับพระองค์ก็ทักว่า‘จะกลับแล้วหรือใบลานเปล่า’


เปล่าทั้งไป-ทั้งมา ทั้ง ๆ ที่ท่านก็มีลูกศิษย์-ลูกหามากมาย


(ลูกศิษย์)ที่เป็นพระอรหันต์ก็มีมาก


แต่ตัวท่านยังเป็นเพียงปุถุชน แม้ว่าจะรู้มากมายกว้างขวาง


แต่ก็ยังถูกพระพุทธเจ้าเรียกว่า’คัมภีร์เปล่า-ใบลานเปล่า’


ในที่สุด ท่านต้องลดละทิฏฐิมานะ


ไปศึกษาวิธีปฏิบัติจากเณร ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์ของท่านนั่นเอง


**ลงมือทำจริง ๆ จึงได้รู้ขึ้นมา**


นั่นก็แสดงว่า *การเรียน(แล้ว)เอามาพูดได้นั้น


ไม่ใช่เรื่อง-ไม่ใช่วิธี(ที่)จะทำให้รู้*


เราทุกคนจึงควรสำเหนียกเอาไว้ว่า ‘การกระทำมันดี’


*การพูดร้อยคำ-พันคำ-หมื่นคำ-แสนคำ


สู้การกระทำความรู้สึกเพียงครั้งเดียวไม่ได้*


**ความรู้สึกนี้แหละ


มันสามารถที่จะไปไล่ความไม่รู้ออกไปได้**


ความไม่รู้ ท่านเรียกว่า‘อวิชชา หรือไม่รู้แจ้ง’


อันนี้ยังเป็นคำพูด


และที่ผมพูดมานี้ ก็เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น


ตัวจริงนั้น (คือ)


**เพียงแต่เรากำมือ-รู้สึก เหยียดมือ-รู้สึก


เอียงซ้าย-(รู้สึก) เอียงขวา-รู้สึก ก้ม-รู้สึก เงย-รู้สึก


ตาเหลียวซ้าย-รู้สึก ตาแลขวา-รู้สึก จิตใจนึกคิด-รู้สึก


ให้มันรู้สึก เอาเพียงรู้สึกเท่านั้นเอง


รู้สึกไปเท่าใด-เท่าใด ความไม่รู้นั้นก็จะหมดไป-หมดไป


เปรียบเหมือนกับเราซักเสื้อผ้าที่สกปรก


เราใส่ผงซักฟอกลงไป แล้วผงซักฟอกนั้นมันจะค่อยกัด


ค่อยทำลายเอาสิ่งสกปรกนั้นออกไปจากเนื้อผ้า


เมื่อเราแช่และขยี้ผ้านั้น


ความสกปรกนั้นมันก็จะค่อยไหลออกไปเองของมัน


ความไม่รู้ก็จะค่อยจางไป จางไป**


จางไปเหมือนกันนั้น…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive