DM-0319 | ธรรมะประจำวัน 2023-05-23

 “…แล้วมาฟังว่า


‘อะเสวะนา จะ พาลานัง เราจะไม่คบคนพาล’


พาลอย่าง(ที่)เห็นว่าเขากินเหล้า เล่นเบี้ย


เล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน


อันนั้นเป็นพาล ‘โอ้! (พาลอย่างนี้)หยาบที่สุดแล้ว’


เป็นพาลในภาษาคน


*‘อะเสวะนา จะ พาลานัง’


หมายถึง ที่มีอยู่ในจิตใจโง่ ๆ นี่นะ


จิตใจมันคิดไปในทางที่ผิด*


**‘ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา บัณฑิตคือนักปราชญ์’


เห็นจิตใจของเรานี่**


‘ปูชา จะ ปูชะนียานัง’ ควรบูชาสิ่งที่ควรบูชา


ควรบูชาสติปัญญาเรานี่ เคารพตัวเรานี่


เพิ่นสอนเรานี่


‘เอตัมมังคะละมุตตะมัง’


เพิ่นว่า‘๓ อย่างนี้ เป็นสิริมงคลแก่เรา’


บ่ได้เป็นสิริมงคลแก่ผู้อื่น


บ่แม่นด้วยสายสิญจน์ บ่แม่น(ด้วย)พระไปสวด


นั้นก็แม่นอยู่ มันเป็นภาษาสมมติ


เป็นภาษาของคนธรรมดา บ่แม่นภาษานักปราชญ์


ภาษานักปราชญ์ ‘ต้องบูชาตัวเรา-เคารพตัวเรา’


การบูชาตัวเรา-การเคารพตัวเรา เป็นการบูชาพระพุทธเจ้า


เป็นการเคารพพระพุทธเจ้า เป็นการบูชาคนอื่น


(เป็นการ)เคารพคนอื่นไปทั้งหมด


เพราะเราบ่ทำผิด-บ่พูดผิด-บ่คิดผิดแล้ว


เรายังเคารพคำพูดของตัวเราอยู่


เราเคยได้ยินว่า‘พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เคารพพระธรรม’


เคารพพระธรรมอยู่ไหน ?


เณรทุกองค์ พระทุกรูป


เมื่อ(เรา)เคารพตัวเราแล้ว เป็นการเคารพหมู่นี้หมด


อันก้มลงกราบอยู่นี้-ก็แม่นอยู่ อันนั้นเป็นเรื่องสมมติให้เราเห็น


ทำดีด้วยกาย-ด้วยวาจา-ด้วยใจ


คนเราเห็นแต่กายทำ


ส่วนใจ คนเราบ่สามารถมองทะลุเข้าไปได้


ดังนั้น **ที่หลวงพ่อให้ข้อคิดเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจมื้อนี้


เณรคือกัน-พระคือกัน จำไว้


(แล้ว)เอาไปปฏิบัติให้เป็นคู่ชีวิตจิตใจของเรา**


*อย่าไปคิดทางที่ผิด


ไปคิดทางที่ผิดแล้ว-มันเสีย ปฏิบัติบ่ถูก-ปฏิบัติบ่ได้ผล*


**ถ้าปฏิบัติอย่างหลวงพ่อว่านี่ หลวงพ่อรับรอง**


ตามตำราเขาว่า


‘การเจริญสติปัฏฐาน ๔ ให้ติดต่อกันเหมือนลูกโซ่


อย่างนาน ๗ ปี อย่างกลาง ๗ เดือน


อย่างเร็วนับแต่ ๑ วัน ถึง ๑๕ วัน


มีอานิสงส์ ๒ ประการ


๑. เป็นพระอรหันต์ ถ้าบ่เป็นพระอรหันต์ในชาตินี้


(๒.) ก็ต้องเป็นพระอนาคามีในปัจจุบันชาติ’


‘พระอนาคามี’นี่ หมายถึงอยู่ผู้เดียว


อยู่ผู้เดียว บ่มีบุตร-(บ่)มีเมีย…นั่นภาษาคน


คำว่า**‘อยู่ผู้เดียว’


(คือ)บ่ได้มีความโลภ-ความโกรธ-ความหลง


หลวงพ่อรู้จักอย่างนี้


อยู่ด้วยสติปัญญาจริง ๆ**


หลวงพ่อเข้าใจอย่างนั้น


อันนั้นก็แม่น


อยู่ผู้เดียว-โดดเดี่ยว บ่มีครอบครัว


อันนั้นก็แม่น เข้าใจอย่างนี้


ก็เห็นว่าสมควร


จวนเวลาพวกเราได้ออกไปทำงานตามหน้าที่ ไปบิณฑบาต


เอาล่ะจบกัน”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive