DM-0316 | ธรรมะประจำวัน 2023-05-20

 “…เมื่อผมมาพิจารณาด้วยตัวเอง เห็นว่า


‘พระสูตร’ คือร่างกายเรานี้เอง คือรูปมันเป็นตัว-เป็นตน


‘พระวินัย’ คือคำพูดของเรานี้เอง ถ้าพูดผิด-มันผิด


‘พระอภิธรรม’ คือใจนั้นเอง


สั่งให้ปากพูดอย่างนั้น สั่งให้กายทำอย่างนั้น


ทั้ง ๓ ปิฎกรวมกันได้ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์


**ถ้าใจไม่สั่งแล้ว กาย(ก็)ทำไม่ได้


ถ้าใจไม่สั่งแล้ว (ก็)มีคำพูดไม่ได้


จึงว่า‘ใจเป็นสิ่งสำคัญ’ จึงว่า‘รักษาที่ใจ’**


**ความจริงแล้ว ใจไม่ต้องรักษา


เพียงแต่ให้เราออกหน้าใจคิดได้


ออกหน้าใจคิดได้ หมายถึงอะไร ?


คือเราต้องรู้ว่าใจคิด เราต้องรู้-ต้องเห็น-ต้องเป็น-ต้องมี**


*ถ้าเราเพียงแต่รู้ว่าใจคิด มันก็เลยเลยเข้าไปในความคิด


เมื่อมันเข้าไปในความคิด


สภาวะนั้น ท่านเรียกว่า‘ทุกข์’*


ท่านสอนว่า‘ทุกข์-ต้องกำหนดรู้ สมุทัย-ต้องละ


มรรค-ต้องเจริญ นิโรธ-ต้องทำให้แจ้ง’


วิธีการก็คือ


**‘ทุกข์ ต้องกำหนดรู้’


คือ พอดีมันคิดปุ๊บ เราก็มาทำความรู้สึกตัว**


คือพระสูตร ได้แก่ มากำมือ-หรือเหยียดมือ


หรือยกมือไป-ยกมือมา หรือแม้แต่ยกมือไหว้อะไรก็ตาม


นี่คือพระสูตร นี่คือทุกข์ที่ต้องกำหนดรู้


**‘สมุทัย ต้องละ’


แต่ตัวคิดนั้นเป็นตัวสมุทัย ตัวคิด(จะ)ละตรง ๆ ไม่ได้


วิธีการก็คือ ต้องถอนออกจากตัวนั้น


มาอยู่กับความรู้สึกอันนี้ มันก็ละตัวนั้นได้**


**‘มรรค ต้องเจริญ’


มรรค ก็ต้องทำบ่อย ๆ-ดูบ่อย ๆ


ทำบ่อย ๆ มันก็เจริญขึ้น-เจริญขึ้น


สิ่งที่มันเป็นอย่างนี้


มันจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นไม่ได้**


**นิโรธ ทำให้แจ้ง


เมื่อสิ่งนี้ได้ทำจนถึงที่สุดของมันแล้ว


มันจะแสดงตัวมันเอง


ไม่ต้องไปถามใครที่ไหน**


จะมีในตำราก็ได้ ไม่มีในตำราก็ได้


เพราะ**มันมีอยู่แล้วในคนทุกคน


มีพร้อมอยู่แล้วที่จะให้เราพบได้-เห็นได้**


จึงว่า**‘คำสอนของพระพุทธเจ้า


ไม่จำกัดเรื่องเชื้อชาติ-เรื่องตระกูล เรื่องวรรณะ


ใครปฏิบัติ(ก็)รู้ทั้งนั้น ไม่จำกัดกาล’


คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงเป็นสากล


ไม่เป็นของผู้ใดโดยเฉพาะ จะสงวนสิทธิ์ก็ไม่ได้**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive